ความสำคัญและพันธกิจ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปแบบสังคมก่อให้เกิดทั้งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบที่เกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนและชุมชน

นอกจากการตอบสนองความต้องการของลูกค้าแล้ว บริษัท ยังมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของชุมชนและผู้คนในพื้นที่ปฏิบัติการ ด้วยเป้าหมายที่จะเติบโตไปพร้อมกับการยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว แสนสิริให้ความสำคัญกับการจัดการผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้น เช่น มลภาวะจากการก่อสร้าง การจัดการทรัพยากร และผลกระทบต่อสวัสดิภาพผู้อยู่อาศัยและชุมชน บริษัท จึงใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและลดผลกระทบเหล่านี้อย่างเคร่งครัด ทั้งการควบคุมมลพิษ มาตรการความปลอดภัยที่รัดกุม และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการริเริ่มโครงการสังคมที่มุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

แสนสิริยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างยิ่ง โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นและความต้องการ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี มีการประเมินและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานสร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่ตอบสนองความต้องการของชุมชน พร้อมทั้งตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียและแนวโน้มทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างละเอียด แสนสิริจึงมุ่งมั่นบริหารจัดการด้านนี้อย่างเหมาะสม โดยเน้นการป้องกันและลดผลกระทบตามหลักการชี้แนะของ UNGPs การดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านนี้แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

SDGs 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ
เป้าหมายที่ 4
การศึกษาที่มีคุณภาพ
SDGs 5: ความเท่าเทียมทางเพศ
เป้าหมายที่ 5
ความเท่าเทียมทางเพศ
SDGs 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เป้าหมายที่ 8
งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
SDGs 10: การลดความเหลื่อมล้ำ
เป้าหมายที่ 10
การลดความเหลื่อมล้ำ

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

แนวทางการบริหารจัดการ

ชุมชน

ในการดำเนินโครงการของแสนสิริ ทุกๆ โครงการที่เกิดขึ้น บริษัท จะให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยการสำรวจความคิดเห็น ความคาดหวัง และข้อกังวลของชุมชนและสังคมโดยรอบ เพื่อกำหนดกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดผลกระทบ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวต้องมีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) ซึ่งบริษัท ดำเนินงานตามมาตรการด้านชุมชนที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม สะท้อนถึงการให้ความสำคัญของบริษัท ในการลดผลกระทบเชิงลบแก่ชุมชน และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

นอกจากนี้ บริษัท มุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมและผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่อาศัย คนในชุมชน รวมถึงเด็กและเยาวชน ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (UNSDGs) ไปพร้อมกับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืนตามนโยบายที่กำหนดไว้

แสนสิริกำหนดกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ที่มุ่งเน้นการลงทุนเพื่อสังคม (Community Investment) ใน 3 ด้าน ซึ่งสะท้อนความต้องการของสังคมและเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ทางธุรกิจของแสนสิริที่ผนวกกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะการสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับชุมชนรอบโครงการที่ช่วยเสริมคุณภาพชีวิต สภาพแวดล้อมที่ดี สนับสนุนความยั่งยืนของพื้นที่อยู่อาศัย ลดความเสี่ยงด้านสังคม และสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์จากทั้งชุมชนและผู้อยู่อาศัย

01

ด้านสุขภาพ

บริษัท ให้ความสำคัญกับสุขภาพขั้นพื้นฐานของเด็กและเยาวชน ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการรับทราบถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กและเยาวชนในด้านต่างๆ เช่น โครงการแสนสิริ อะคาเดมี่ ที่ใช้กีฬาฟุตบอลเป็นเครื่องมือให้เด็กได้มีพัฒนาการทางร่างกายที่แข็งแรง ควบคู่ไปกับการดูแลและพัฒนาด้านจิตใจ โดยมีการเชิญวิทยากรที่เป็นนักจิตวิทยาและนักโภชนาการ มาให้ความรู้กับผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและสามารถนำไปปรับใช้ในการดูแลบุตรหลานได้อย่างถูกต้อง

02

ด้านการศึกษาและการส่งเสริมทักษะชีวิต

บริษัท ให้ความสำคัญกับการศึกษาขั้นพื้นฐานและทักษะในการใช้ชีวิตโดยเฉพาะในกลุ่มกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้ ตัวอย่างเช่น โครงการ Zero Dropout ที่ช่วยให้เด็กและเยาวชนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ตามข้อจำกัดของแต่ละคน โดยการพัฒนากลไกทางการศึกษา เป็นต้น

03

ด้านสิทธิความเท่าเทียม

บริษัท ให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชน และให้ความสำคัญกับการไม่ใช้แรงงานเด็กทั้งภายในองค์กรและพันธมิตรทางธุรกิจทุกราย รวมถึงส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่น (Local Employment) ในโครงการที่บริษัท มีการดำเนินงาน รวมทั้งโครงการเพื่อชุมชนและสังคม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนโดยรอบ นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นเสริมสร้างความเข้าใจให้แก่ครอบครัวและเด็กและเยาวชนถึงความเท่าเทียม (Equity) และความหลากหลาย (Diversity) โดยพนักงานภายในองค์กรมีบทบาทในการสื่อสารและปฏิบัติตัวต่อกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ตระหนักถึงสิทธิ์ของตัวเอง รวมถึงเข้าใจบริบทของประเด็นดังกล่าวผ่านการจัดอบรมให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนแก่พนักงานเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่แสนสิริคำนึงถึงในการดำเนินกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม อันประกอบด้วย พนักงานและแรงงานที่ทำงานให้กับองค์กร ซึ่งรวมถึงกลุ่มอ่อนไหวในพื้นที่ก่อสร้าง ชุมชนรอบข้างโครงการ และสังคมภาพรวม

แสนสิริให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมกับชุมชนโดยรอบพื้นที่โครงการ พร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือชุมชน โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ เด็กและเยาวชน รวมถึงชุมชนในและรอบพื้นที่โครงการของแสนสิริ เนื่องจากบริษัท ให้ความสำคัญกับสิทธิ ความเท่าเทียม และการพัฒนาทักษะชีวิต โดยเฉพาะด้านการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงสิทธิพื้นฐานของกลุ่มเปราะบางทางสังคม บริษัท ได้ใช้ทรัพยากร ความรู้ และศักยภาพขององค์กรในการส่งเสริมความเป็นอยู่และสร้างโอกาสที่เท่าเทียมผ่านการมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดกับชุมชนและสังคม

นอกจากนี้ แสนสิริได้กำหนดนโยบายด้านกิจการเพื่อสังคม สนับสนุนกิจกรรมช่วยเหลือและพัฒนาสังคมของบริษัท และร่วมมือกับหลากหลายพันธมิตรทั้งในระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับโลก

โครงสร้างการบริหารจัดการการลงทุนเพื่อสังคม

คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนมีหน้าที่กำหนดนโยบาย เป้าหมาย และกลยุทธ์ ตลอดจนกรอบการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่ากิจกรรมทั้งหมดสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ ภายใต้กรอบแผนงานที่กำหนดไว้ในนโยบายด้านกิจการเพื่อสังคมของบริษัท

สิทธิมนุษยชน

แสนสิริมุ่งมั่นปฏิบัติตามกรอบนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ที่นำสาระสำคัญและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนในระดับสากล ได้แก่ หลักสิทธิมนุษยชนสากล (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) หลักการสิทธิเด็กและหลักปฏิบัติทางธุรกิจ (Children’s Rights And Business Principles: CRBP) สิทธิมนุษยชนและแรงงาน (Human Rights and Labour Standard: ILO) ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact) และหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (Guiding Principles On Business And Human Rights: UNGP) มาเป็นกรอบปฏิบัติในการดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าของแสนสิริ

นอกจากนี้ คู่มือการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจของแสนสิริ (Sansiri Corporate Governance and Code of Conduct Handbook) ได้ระบุถึงแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งครอบคลุมเรื่องการปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเสมอภาค การไม่เลือกปฏิบัติ หลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิเด็ก ผ่านมาตรการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการธุรกิจในทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยกำหนดเป็นแนวปฏิบัติให้พนักงานแสนสิริและพนักงานในบริษัทย่อยของแสนสิริ ได้รับทราบและดำเนินการตามแนวปฏิบัติดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ การดำเนินงานบนหลักสิทธิมนุษยชนถูกสื่อสารไปยังคู่ค้าธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Business Partner in Business Value Chain)

แม้ว่าการดำเนินงานโดยตรงของแสนสิริจะมีความเสี่ยงด้านแรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับในระดับต่ำ แต่ความเสี่ยงนี้อาจยังอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น ผู้รับเหมาช่วงรายย่อย ผู้ให้บริการ (ทำความสะอาด บำรุงรักษา จัดสวน) ที่มีความเสี่ยงที่จะจ้างแรงงานที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือถูกบังคับ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ บริษัท ได้กำหนดในจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ แสนสิริ ให้เข้มงวดขึ้น โดยห้ามการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งจัดให้มีการตรวจประเมินคู่ค้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการดำเนินงานของคู่ค้าสอดคล้องกับข้อกฎหมายและจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ แสนสิริ

โครงสร้างการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน

เพื่อให้นำความมุ่งมั่นด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม แสนสิริได้จัดตั้งทีมทำงานด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Working Team) ทำหน้าที่ ติดตาม ตรวจสอบ และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนภายในองค์กร ตามแนวทางที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยมีคณะกรรมการบริษัทที่ได้รับมอบหมายในการกำกับดูแลและให้คำปรึกษาแก่ทีมงานนำไปปรับใช้เพื่อให้การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชนและความหลากหลาย

แสนสิริจัดให้มีการฝึกอบรมความรู้พื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่พนักงานและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่เข้าใหม่ทุกคน โดยผนวกการสื่อความนโยบายส่งเสริมความเท่าเทียม เป็นหนึ่งในบทเรียนพื้นฐานในหลักสูตรสำหรับพนักงานใหม่ในวันปฐมนิเทศ เพื่อสื่อสารจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชนในทุกหน่วยงานและทุกระดับปฏิบัติการขององค์กรให้รับทราบโดยทั่วกัน

นอกจากนี้ แสนสิริให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่พนักงานทุกคนมีความเคารพซึ่งกันและกัน ปราศจากการกลั่นแกล้ง (bullying) และการคุกคาม (harassment) บริษัท จัดให้มีช่องทางการรายงานเหตุการณ์แบบไม่ระบุตัวตนหรือติดต่อโดยตรงกับฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารที่ได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกรายงานจะได้รับการสอบสวนอย่างละเอียดและเป็นกลาง นอกจากช่องทางการร้องเรียนแล้ว บริษัท กำหนดให้ผู้จัดการทุกคนต้องเข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการจัดการเหตุการณ์ร้องเรียนลักษณะนี้ รวมถึงประเด็นสำคัญอื่น ๆ เช่น ความหลากหลายและการไม่แบ่งแยก (Diversity & Inclusion) การสร้างความตระหนักเรื่องอคติที่ซ่อนเร้น (Unconscious Bias Awareness) และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Effective Communication) แสนสิริเชื่อมั่นว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบในองค์กรของเรา

การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

ในปี 2566 แสนสิริได้ดำเนินการตรวจสอบประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน เพื่อประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดกับกลุ่มผู้ทรงสิทธิ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของแสนสิริตลอดห่วงโซ่คุณค่าของแสนสิริ พร้อมยกระดับแนวทางการจัดการประเด็นสิทธิมนุษยชน ที่อาจเกิดต่อพนักงาน พันธมิตรคู่ค้า และผู้รับเหมาในโครงการ ตลอดจนลูกค้าและชุมชน ให้ดียิ่งขึ้นตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนษุยชน ซึ่งแนวปฏิบัติในการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่แสนสิริดำเนินการ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

ความมุ่งมั่นตามประกาศนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนตอบสนองความคาดหวังด้านสิทธิมนุษยชนตามแนวปฏิบัติ 3 เสาหลัก "คุ้มครอง เคารพ และเยียวยา" โดยได้ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งในทุกกิจกรรมธุรกิจครอบคลุมการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ด้วยความเป็นธรรม เสมอภาค เพื่อมั่นใจว่าคนที่เกี่ยวข้องกับแสนสิริจะมีสิทธิและได้รับการปกป้องคุ้มครองตามสิทธิพื้นฐาน อนึ่ง ประเด็นหรือหัวข้อที่แสนสิริให้ความสำคัญประกอบด้วย

  • การยึดมั่นหลักการเรื่องสิทธิเด็กหรือการไม่ใช้แรงงานเด็ก ดังปรากฎตามนโยบายการต่อต้านแรงงานเด็ก
  • หลักปฏิบัติการบริหารการจ่ายค่าตอบแทนโดยไม่เลือกปฏิบัติ
  • การดููแลคุณภาพชีวิตให้มีความปลอดภัยและสุขอนามัยที่ดี
  • การไม่กระทำการบังคับใช้แรงงาน
  • การสนับสนุุนการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย

การประเมินความเสี่ยงหรือผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

กลุ่มผู้ทรงสิทธิ
พนักงานและผู้รับเหมา
คู่ค้าในโครงการ
ชุมชน
ลูกค้า
ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน
สภาพการทำงานและการจ้างงาน
อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
การใช้แรงงานผิดกฎหมาย รวมถึงแรงงานเด็กและแรงงานบังคับ
การเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด
การได้มาซึ่งที่ดิน
มาตรฐานการดำรงชีวิต
ข้อมูลส่วนบุคคล
ประเด็นที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
แผนภาพความเสี่ยง

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk Assessment) ดำเนินการโดยพิจารณา 2 ปัจจัย ได้แก่ ความรุนแรงของผลกระทบ (Severity) และโอกาสที่จะเกิด (Likelihood) ของเหตุการณ์หรือประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยครอบคลุมเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ปัจจุบัน และแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ประกอบกับมาตรการลดความเสี่ยงที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้สามารถระบุว่ายังคงมีประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ (Salient Issues) ในแสนสิริหรือไม่ เพื่อนำมาซึ่งการกำหนดแนวทางและแผนงานการป้องกันและแก้ไขเพิ่มเติม สำหรับประเด็นด้านสิทธิมนุษชนอย่างเป็นระบบและครบถ้วน

ทั้งนี้ กระบวนการนี้เป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในบริษัท และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พนักงาน ผู้รับเหมา ชุมชน เพื่อให้การระบุความเสี่ยง การกำหนดแนวทางการดำเนินงาน และการวางแผนเพื่อป้องกันและแก้ไขได้รับมุมอย่างรอบด้าน โดยในปี 2568 บริษัท ได้จัดให้มีการรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทผ่านช่องทางคอลเซ็นเตอร์1685 และอีเมล CG@sansiri.com ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนธันวาคม

การบูรณาการผลการประเมินและการดำเนินงาน

บริษัท ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในปี 2566 ซึ่งได้มีการทบทวนความเสี่ยง ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในปี 2568 โดยผลการทบทวนและการติดตามผลความเสี่ยงนั้นรวบรวมจากหน่วยงาน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน (Commitment to engage with stakeholders to identify these issues) สามารถสรุปหัวข้อความเสี่ยงและมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบประจำปี ดังนี้

การติดตามและรายงานผลดำเนินงานสิทธิมนุษยชน

บริษัท ได้จัดให้มีช่องทางการสื่อสารและกรณีการร้องเรียนที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็นสิทธิมนุุษยชน หรือส่งความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ผ่านทางช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน (Whistleblowing System) และกลไกการจัดการข้อร้องเรียนของแสนสิริ ซึ่งมี 2 ช่องทางหลัก ได้แก่

กรณีการร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของพนักงานภายในองค์กร ผู้รับผิดชอบและสอบสวนประเด็น คือหน่วยงานทรัพยากรบุคคล
กรณีการร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนในเรื่องอื่นๆ ได้จัดเจ้าหน้าที่รับเรื่องผ่านทาง Call Centre และเว็บไซต์แสนสิริ www.sansiri.com

กรณีที่มีข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นหน่วยงานคอลเซ็นเตอร์ จะดำเนินการตรวจสอบพร้อมรักษาสิทธิการไม่เปิดเผยข้อมูลของบุคคล ตลอดจนติดตามความคืบหน้าของการดําเนินงานแก้ไขและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

การแก้ไขและเยียวยาผลกระทบ

บริษัท ให้ความสําคัญกับการดําเนินการแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นในรูปแบบของการชดเชยและการเยียวยาประเภทต่างๆ ตามที่บริษัท กำหนด โดยมีกลไกพิจารณารูปแบบของการเยียวยาที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการชดใช้ค่าเสียหาย การชดเชยทางการเงินหรือไม่ใช่ทางการเงิน เป็นต้น และเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัท สามารถแก้ไขหรือบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างแท้จริง รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต จากแนวทางการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน และมาตรการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่แสนสิริได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด

จึงทำให้ในปี 2568 ไม่พบกรณีการร้องเรียน หรือเหตุการณ์ที่แสนสิริทำให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนใด ๆ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

ชุมชน

เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนและสร้างความสัมพันธ์อันดีในระยะยาวกับผู้มีส่วนได้เสีย แสนสิริให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตอบสนองความคาดหวังอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง บริษัท ได้กำหนดกระบวนการตอบสนองตามความคาดหวังดังกล่าว พร้อมทั้งนำผลการวิเคราะห์มาประยุกต์ใช้ในการระบุความต้องการของชุมชนและสังคม เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยแสนสิริได้จัดทําแบบสํารวจความคาดหวังและข้อกังวลถึงผลกระทบจากการดําเนินธุรกิจ จากแบบสํารวจความคาดหวังและข้อกังวล หนึ่งในประเด็นข้อกังวล หรือความคาดหวังหลักของชุมชนและสังคมคือการดําเนินงานที่มุ่งส่งเสริม เยาวชน การศึกษาและการกีฬา การพัฒนาชุมชน

ในปี 2568 แสนสิริดำเนินโครงการและกิจกรรมช่วยเหลือและสนับสนุนชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาและประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคม ผ่านการผนวกเอาความรู้และประสบการณ์ทางธุรกิจมาต่อยอด และวางแผนการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อพัฒนาศักยภาพและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน จนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่ตอบสนองความคาดหวังของชุมชนและสังคม

เป้าหมายและผลการดำเนินงานเพื่อสังคม

มูลค่าการสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อสังคม ในปี 2568 รวมทั้งสิ้น 98,419,816.01 บาท

ผู้รับประโยชน์ หรือชุมชน

จากโครงการและกิจกรรมเพื่อสังคม

7 จังหวัด

ในปี 2568 สามารถช่วยเหลือสังคมผ่านโครงการที่วางแผนไว้ รวมถึงช่วยเหลือสังคมจากเหตุภัยธรรมชาติ ผลผลิตการเกษตรตกต่ำ และสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา รวมเป็นจำนวน 10 จังหวัด (กรุงเทพฯ, นนทบุรี, เชียงใหม่, น่าน, แพร่, นครศรีธรรมราช, อุบลราชธานี, อุตรดิตถ์, อยุธยา, สงขลา) ส่งเสริมเด็กและเยาวชนผ่านการฝึกฟุตบอล 3 จัดหวัด (กรุงเทพ, นนทบุรี, ภูเก็ต)

Zero Dropout

ช่วยเหลือเด็กหลุดจากการศึกษาจำนวน

13,000 ที่จังหวัดราชบุรีแสนสิริ

ในปี 2568 สามารถช่วยเหลือเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาและติดตามเด็กกลับเข้าเรียนในระบบได้รวมแล้ว จำนวน 4,626 คน โดยปัจจุบันโครงการ zero dropout ได้ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนไปแล้วทั้งสิ้น 13,395 คน ภายในระยะเวลา 3 ปี

Sansiri Academy

เป้าหมายปี 2568 มีเด็กที่เป็นลูกบ้าน ลูกหลานพนักงาน และเด็กในชุมชน เข้าร่วมจำนวนไม่ต่ำกว่า

1,000 คน/ปี

ในปีนี้มีเด็กที่เข้าร่วมฝึกซ้อมฟุตบอลกับแสนสิริ อะคาเดมี่ มีจำนวน 1,558 คน

สิทธิมนุษยชน

ภายใต้การสนับสนุนแนวคิดไม่แบ่งแยกและเคารพสิทธิมนุุษยชน ด้วยตระหนักดีว่ามนุษย์ทุกคนมีคุณค่าและศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกัน หากละเลยซึ่งแนวทางปฏิบัติที่ดีต่อพนักงานในองค์กรเป็นพื้นฐาน อาจนำไปสู่ปัญหาการเลือกปฏิบัติ (Discrimination) ในกระบวนการทำงานในระยะยาว แสนสิริเป็นองค์กรที่โดดเด่นในการปฏิบัติต่อพนักงานบนแนวคิดการยอมรับความแตกต่างและหลากหลายครอบคลุมถึงกลุ่ม LGBTQ+ (Lesbian, Gay, Bisexual, Transgender, Queer) ส่งเสริมความเสมอภาคในพนักงาน ทั้งในด้านการเติบโตและสวัสดิการของทุกเพศอย่างเท่าเทียม สำหรับด้านอื่น ๆ ได้แก่ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา และอายุ บริษัท จัดการฝึกอบรมเรื่องอคติที่ซ่อนเร้นแก่พนักงาน โดยเฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของพนักงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจมีความตรงไปตรงมา พิจารณาจากความสามารถอย่างแท้จริง ทำให้ทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในการเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

นอกจากนี้ แสนสิริร่วมขับเคลื่อนสังคมที่ทุกคนอยู่ร่วมกันบนความเท่าเทียมผ่านการจัดทำโครงการและกิจกรรมสนับสนุนประเด็นสิทธิมนุษยชนต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. ชุดเครื่องมือเรียนรู้วิธีการสร้างการมีส่วนร่วมสำหรับองค์กรและภาคธุรกิจร่วมกับ UNDP
สืบเนื่องจากแผนดำเนินการระยะ 3 ปี ภายใต้การสนับสนุนและองค์ความรู้จาก UNDP ประเทศไทย แสนสิริได้ร่วมพัฒนาและเปิดตัวชุดเครื่องมือ “เรียนรู้วิธีสร้างการมีส่วนร่วมสำหรับองค์กรและภาคธุรกิจ” (Inclusion Toolkit for Organisations and Businesses) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจไทยในการสร้างและส่งเสริมสถานที่ทำงานที่โอบรับความหลากหลายและความเท่าเทียม เพื่อนำมาปรับใช้ในบริบทขององค์กรจริง ทั้งในด้านการวางกลยุทธ์และแนวปฏิบัติ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนรู้สึกมีคุณค่า ได้รับการเคารพ และสามารถแสดงความคิดเห็นหรือมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มศักยภาพปัจจุบัน แสนสิริได้นำชุดเครื่องมือนี้มาศึกษาและประยุกต์ใช้จริงในองค์กร เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับหลักการของชุดเครื่องมือดังกล่าว
2. การเปิดโอกาสและการจ้างงานพนักงานที่มีความพิการ

แสนสิริให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมและสนับสนุนการจ้างงานพนักงานที่มีความพิการ เพื่อส่งเสริมความหลากหลายและการมีส่วนร่วมในองค์กร ในปีที่ผ่านมา บริษัท ได้เปิดโอกาสให้พนักงานที่มีความพิการเข้าร่วมงานในฐานะพนักงานประจำใน 4 ตำแหน่งหลัก ได้แก่:

  • พนักงานต้อนรับประจำสำนักงานใหญ่ รับผิดชอบการต้อนรับผู้มาเยือน การประสานงานลงทะเบียนเข้าเยี่ยม และสนับสนุนงานธุรการทั่วไป
  • เจ้าหน้าที่ศูนย์บัญชาการระบบรักษาความปลอดภัย Liv24 ปฏิบัติหน้าที่ดูแลระบบรวมศูนย์รักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ประจำไซต์งานต่าง ๆ
  • พนักงานคอลเซ็นเตอร์ ทำหน้าที่รับเรื่อง สอบถามข้อมูล และให้คำแนะนำแก่ลูกค้าหรือบุคคลภายนอกที่ติดต่อเข้ามาผ่านช่องทางต่าง ๆ
  • พนักงาน Content Creator รับผิดชอบการออกแบบคอนเทนต์ เช่น ภาพกราฟิกและงานดีไซน์ต่าง ๆ สำหรับสื่อโซเชียลมีเดียขององค์กร

นอกเหนือจากตำแหน่งดังกล่าว แสนสิริยังมีการจ้างงานพนักงานที่มีความพิการจำนวน 51 อัตรา ซึ่งปฏิบัติงานในพื้นที่ต่าง ๆ ของบริษัท ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะการทำงาน และสร้างคุณค่าให้กับบุคคลที่มีความสามารถในหลากหลายมิติ ทั้งนี้ บริษัท มุ่งเน้นให้พนักงานได้ทำงานในภูมิลำเนาของพนักงาน เพื่อส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจในแต่ละภูมิภาค ควบคู่กับการดูแลครอบครัว

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารและพนักงาน
ผู้บริหารและพนักงาน
ลูกค้า ผู้เช่าและผู้อาศัย
ลูกค้า ผู้เช่าและผู้อาศัย
ชุมชนและสังคม
ชุมชนและสังคม
คู่ค้าและพันธมิตร
คู่ค้าและพันธมิตร
หน่วยงานราชการ
หน่วยงานราชการ

โครงการที่สำคัญ