มลพิษและทรัพยากร
ความสำคัญและพันธกิจ
แสนสิริตระหนักดีว่าการบริหารจัดการมลพิษและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน และจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท
โดยแนวทางการบริหารจัดการครอบคลุมถึงการจัดการของเสียและขยะอันตราย การควบคุมมลพิษทางอากาศ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ที่ครอบคลุมนี้มีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงการปกป้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจากการดำเนินงานของแสนสิริ
แสนสิริเชื่อมั่นว่าการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่แข็งแกร่งและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ดังนั้นบริษัท จึงมีความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการปรับแนวทางการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้ง ลดปริมาณของเสียและส่งเสริมการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ ทั้งหมดนี้เพื่อสนับสนุนนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของแสนสิริ
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน





แนวทางการบริหารจัดการ
แสนสิริยังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับสินค้า บริการ และความยั่งยืน เพื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ให้เกิดผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้เสียน้อยที่สุด
ดังนั้น บริษัท ได้กำหนดนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของแสนสิริ ซึ่งเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการจัดการกับปัญหาขยะและมลพิษในภาพรวม ยึดตามแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การใช้วัสดุที่ยั่งยืนในการออกแบบ และการจัดการของเสียจากโรงงานและโครงการที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม เพื่อผลิตของเสียให้น้อยที่สุดและนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลมากขึ้น นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบอย่างรอบคอบ และการออกแบบเพื่อการนำมาใช้ใหม่ แสนสิริมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดการของเสียและพลังงานอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้เพื่อลดผลกระทบระยะยาว นโยบายเหล่านี้จะครอบคลุมตั้งแต่ระดับผู้บริหาร พนักงาน พันธมิตรและคู่ค้า ไปจนถึงผู้บริโภค และขยายผลไปสู่สังคมโดยรวม เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs: Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ
แสนสิริมอบหมายให้ฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร รวมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนกรรมการบริษัท ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย ส่งเสริม และกำกับดูแลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัท
บริษัท มีแนวทางการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่มุ่งเน้นการปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย รวมถึงแนวปฏิบัติ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแสนสิริ ได้แก่ โรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป และ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หรือคิดเป็นความครอบคลุมร้อยละ 33% ของพื้นที่ทั้งหมด โดยดำเนินการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่ได้ระบุในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment; EIA Report) สำหรับโครงการที่ต้องจัดทำรายงานดังกล่าว

Plus Property อันดับหนึ่ง เรื่องคุณภาพ ระดับสากล
1
Quality Management System
ระบบบริหารคุณภาพ
เพื่อการันตีคุณภาพงานบริการ
Facility Management System
ระบบบริหารทรัพยากรกายภาพ
เพื่อให้การบริการการดูแล และใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวก เต็มประสิทธิภาพ
Environmental Management System
ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืน
ทั้งนี้ การบริหารจัดการมลพิษและทรัพยากรในภาพรวม บริษัท ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม สามารถดำเนินงานตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ และข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด และทำให้ในปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัท ไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนใด ๆ และไม่มีปรับหรือค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูหรือเยียวยาจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามบริษัท มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนากระบวนการดำเนินให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การบริหารจัดการของเสีย
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
ลดของเสียระดับองค์กร ร้อยละ 15 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566
ลดของเสียเพิ่มระดับองค์กร
ร้อยละ 9
เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566
ลดของเสียระดับองค์กร ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566
ของเสียระดับองค์กรเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 9
เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566
ลดของเสียในโครงการที่พักอาศัย ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566
ของเสียในโครงการที่พักอาศัยเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 44
เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566
ลดของเสียที่สำนักงานใหญ่สิริ แคมปัส ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566
ลดของเสียที่สำนักงานใหญ่สิริ แคมปัส
ร้อยละ 31
เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566
ลดของเสียในที่พื้นที่ก่อสร้าง ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566
ลดของเสียในที่พื้นที่ก่อสร้าง
ร้อยละ 18
เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566
ลดของเสียที่โรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566
ลดของเสียที่โรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป
ร้อยละ 41
เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566
ลดของเสียในโรงแรม ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566
ของเสียในโรงแรมเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 51
เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566
ลดของเสียที่ฮาบิโตะมอลล์ ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566
ลดของเสียที่ฮาบิโตะมอลล์
ร้อยละ 3
เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566
รีไซเคิลและนำของเสียกลับมาใช้ซ้ำ ร้อยละ 42 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566
ปี 2568 รีไซเคิลและนำของเสียกลับมาใช้ซ้ำ
ร้อยละ 38
เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566
พัฒนาและเผยแพร่สื่อการเรียนรู้สำหรับผู้อยู่อาศัยในโครงการของแสนสิริเกี่ยวกับการคัดแยกขยะและการลดปริมาณขยะ
ดำเนินการพัฒนาและเผยแพร่สื่อการเรียนรู้สำหรับผู้อยู่อาศัยในโครงการของแสนสิริเกี่ยวกับการคัดแยกขยะและการลดปริมาณขยะผ่านช่องทาง ได้แก่ Sansiri Home Service Application รวมถึงการติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์และกิจกรรมในโครงการ

แนวทางการบริหารจัดการ
ด้วยแสนสิริตระหนักถึงผลกระทบจากของเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า จึงให้ความสำคัญกับการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานตามข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การก่อสร้าง ไปจนถึงระยะการดำเนินการ ครอบคลุมทั้งกิจกรรมของลูกบ้านหรือลูกค้าของโครงการ รวมทั้งการดำเนินงานของโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป และสำนักงานใหญ่ สิริ แคมปัส โดยมุ่งเน้นแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และหลัก 3R – Reuse Reduce Recycle เพื่อลดการเกิดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของเสีย ตลอดจนลดผลกระทบจากการจัดการของเสียที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้น้อยที่สุด
แสนสิริกำหนดนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการของเสีย ภายใต้แคมเปญ Waste to Worth แยกขยะให้เกิดประโยชน์ โดยตั้งเป้าหมายการลดการเกิดขยะและสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนในการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยมีการจัดทำคู่มือและจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการแยกขยะ การลดปริมาณขยะ รวมไปถึงการนำส่งขยะไปรีไซเคิลเพื่อนำมาใช้ใหม่ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงตอบโจทย์ในการลดปริมาณของเสียที่ส่งกำจัดเท่านั้น หากแต่ยังช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากการกำจัดของเสีย เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ อีกด้วย
การจัดการของเสียจากการก่อสร้าง
แสนสิริตระหนักดีว่ากิจกรรมก่อสร้างสามารถก่อให้เกิดขยะของเสียจำนวนมาก หากปราศจากการวางแผนการจัดการขยะที่ดี แสนสิริจึงกำหนดเป้าหมายการจัดการขยะในโครงการก่อสร้างให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยกำหนดให้ผู้รับเหมา พนักงาน หัวหน้างาน และคู่ค้าทำการแยกขยะ ณ แหล่งกำเนิด และยังมีการวางแผนการก่อสร้าง และการออกแบบโครงการที่ก่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุด ตามโครงการ เส้นทางการจัดการขยะในโครงการก่อสร้างสู่ความสำเร็จ ปี พ.ศ. 2568
เส้นทางการจัดการขยะในโครงการก่อสร้างสู่ความสําเร็จ 2568
แสนสิริจัดอบรมเรื่องการจัดการขยะในโครงการก่อสร้างและที่พักคนงานให้แก่พนักงานและผู้รับเหมา ให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางจำแนกประเภทขยะ และการกำจัดขยะในพื้นที่ก่อสร้างอย่างถูกวิธีอย่างต่อเนื่อง และยังเดินหน้าแคมเปญ “แยกขยะล่ารางวัล” ทำป้ายรณรงค์สื่อสารกับคนงานเป็น 3 ภาษา ได้แก่ ไทย เขมร พม่า เพื่อกระตุ้นให้คนงาน เห็นความสำคัญของการแยกขยะ สร้างแรงจูงใจโดยมีการให้รางวัลเป็นรายไตรมาส และกำหนดของรางวัลเป็นจำนวนเงินที่สามารถทำประโยชน์ได้จริง เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการสื่อสารเป้าหมาย นโยบายการจัดการของเสีย และสร้างความตระหนักในพื้นที่ก่อสร้างของบริษัทไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างครอบคลุม
นอกจากนี้ แสนสิริยังส่งเสริมให้มีการนำขยะกลับมาประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปจัดการฝังกลบให้ได้มากที่สุด โดยนำขยะส่วนที่ไม่สามารถขายต่อได้มาใช้ซ้ำหรือแปรรูปเพื่อใช้ประโยชน์ภายในโครงการให้ได้มากที่สุด






กิจกรรมการจัดการของเสียในพื้นที่ก่อสร้าง

ในปี 2568 แสนสิริยังคงขับเคลื่อนโครงการ Waste to Worth ในพื้นที่ก่อสร้าง โดยเน้นการคัดแยกขยะและนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่อย่างสร้างสรรค์ เพื่อทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานก่อสร้าง
หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการจัดประกวด “Waste to Worth Award แยกขยะล่ารางวัล” เปิดโอกาสให้โครงการก่อสร้างของแสนสิริเข้าร่วมแข่งขันการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในโซนก่อสร้างและโซนพักอาศัยของคนงาน มีการประเมินรายไตรมาสและบันทึกข้อมูลรายเดือน เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมการแยกขยะอย่างยั่งยืน
และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการมีส่วนร่วมในระดับปฏิบัติการผลจากการแยกขยะอย่างเป็นระบบนำไปสู่ประโยชน์หลายมิติ เช่น รายได้จากการขายขยะรีไซเคิลถูกนำไปจัดซื้อเครื่องกรองน้ำให้คนงานดื่มฟรีในไซต์ก่อสร้าง ขณะที่วัสดุเหลือใช้อย่างเศษกระเบื้อง ถังสี และถุงปูน ถูกนำมาดัดแปลงเป็นถังปุ๋ย แปลงผัก และของใช้ภายในแคมป์ เช่น ที่ล้างมือ ม้านั่ง และเฟอร์นิเจอร์จากเศษไม้ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตให้กับแรงงาน
นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา แสนสิริยังได้ต่อยอดการจัดการขยะในโครงการก่อสร้างสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนผ่าน โครงการ “Waste to Worth: 1 Project, 1 Product” โดยความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร โดยเชิญชวนให้ทีมสถาปนิก วิศวกร และคนงานของแสนสิริร่วมคิดและออกแบบผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ ผลงานที่ได้จะถูกส่งต่อให้ชุมชนนำไปใช้ประโยชน์

การจัดการของเสียภายในโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป แผ่นทางเท้าจากเศษโฟมเหลือใช้
ในขั้นตอนการผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป จะมีเศษโฟมเหลือใช้ ที่กลายเป็นของเสียจำนวนมาก แสนสิริจึงเล็งเห็นโอกาสในการนำวัสดุดังกล่าวมาประยุกต์ใช้เป็นส่วนผสมการขึ้นรูปแผ่นทางเท้า
รวมถึงกากคอนกรีตที่เป็นของเสียเหลือจากการผลิตแผ่นพรีคาสท์ยังสามารถนำมาผลิตเป็นกระถางต้นไม้ ส่งมอบให้กับชุมชนรอบข้างได้ โดยกระถาง 1 ใบใช้ขยะกากคอนกรีตเป็นส่วนผสมประมาณ 6 กิโลกรัม ส่งมอบให้กับชุมชนละแวกโรงงานไปแล้ว 30 ใบคิดเป็นการลดขยะฝังกลบกว่า 180 กิโลกรัม
ผลการดำเนินงาน

ในปี 2568 ธุรกิจของแสนสิริเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของพนักงานที่เข้ามาทำงานในพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ปริมาณของเสียขององค์กรเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เพียงเท่านั้น รูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปของลูกบ้าน อาทิ การทำงานที่บ้าน การสั่งอาหารและสินค้าออนไลน์ ยังส่งผลต่อลักษณะและของเสียที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2568 มีปริมาณของเสียเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 9
การบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
ตั้งเป้าลดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ลง ร้อยละ 30 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2564 (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ในพื้นที่โรงงานพรีคาสท์
ฝุ่น PM 2.5 ลดลง
ร้อยละ 45
เมื่อเทียบจากปีฐาน 2564
กรณีที่มลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายเป็นศูนย์
มีกรณีมลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด 0 ครั้ง
แนวทางการบริหารจัดการ
การจัดการมลพิษทางอากาศของโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป
โรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ดำเนินการควบคุมฝุ่นละอองในพื้นที่ โดยการติดตั้งตัวดักกรองฝุ่นบริเวณไซโลเก็บวัตถุดิบ และปรับปรุงกระบวนการให้อยู่ในระบบปิด ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละออง ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศที่สำคัญในกระบวนการผลิตของโรงงานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในและนอกพื้นที่โรงงาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับข้อกำหนดกฎหมาย และไม่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชุนโดยรอบพื้นที่โรงงาน
การจัดการมลพิษทางอากาศภายในโครงการก่อสร้าง
แสนสิริตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้าง โดยกำหนดแนวทางควบคุมมลพิษทางอากาศให้เป็นไปตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อกำหนดในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการอนุมัติของแต่ละโครงการ
การจัดการมลพิษทางอากาศภายในที่อยู่อาศัยของแสนสิริ
แสนสิริตระหนักถึงสิทธิในการมีสุขภาพที่ดีของผู้อยู่อาศัย จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศภายในโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการออกแบบที่มีการเลือกสรรวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อผู้อยู่อาศัย การตรวจวัดคุณภาพอากาศของโครงการทั้งภายในและภายนอกอาคารอย่างต่อเนื่อง โดยลูกบ้านสามารถตรวจสอบคุณภาพอากาศ อาทิ PM 2.5 ได้ผ่านแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองภายในพื้นที่โครงการ อาทิ การฉีดละอองน้ำจากยอดคอนโดและอาคารต่างๆ ที่บริหารจัดการโดยแสนสิริ ตลอดจนการทำความสะอาดพื้นที่โครงการ เพื่อลดฝุ่นละอองจากรถยนต์และการจราจรบริเวณที่พักอาศัย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่อยู่อาศัยของโครงการมีความปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ
ผลการดำเนินงาน
ปริมาณฝุ่น
(หน่วย: ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
Precast Factory

โครงการก่อสร้าง
ปี 2568 บริษัท ไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนใด ๆ เกี่ยวกับปัญหามลพิษทางฝุ่นทีเกิดจากกระบวนการก่อสร้างของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นในขั้นตอนการขนย้ายวัสดุ หรือขั้นตอนการก่อสร้างอื่น ๆ จนโครงการแล้วเสร็จ
การบริหารจัดการการใช้ทรัพยากร
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
สัดส่วนการใช้กรีนคอนกรีตที่โรงงานพรีคาสท์ต่อการใช้คอนกรีตทั้งหมด ร้อยละ 100
ร้อยละ 96
ที่โรงงานพรีคาสท์ใช้กรีนซีเมนต์ที่มีสัดส่วนการใช้วัสดุทดแทนหินปูน ร้อยละ 15 เพื่อลดการใช้หินปูนและทรัพยากรธรรมชาติ
ใช้กรีนคอนกรีตที่มีสัดส่วนการใช้วัสดุทดแทนหินปูน
ร้อยละ 10
แนวทางการบริหารจัดการ
การจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเน้นการลดปริมาณของเสียที่เกิดจากวัสดุที่ใช้ การจัดหาวัสดุที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนตลอดวงจรชีวิตของที่พักอาศัยหรืออาคาร บริษัท กำหนดกลยุทธ์ในการเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ เช่น การใช้วัสดุรีไซเคิล การใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ การใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติลดอุณหภูมิหรือประหยัดพลังงานของสถานที่นั้น ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัท จัดทำหลักเกณฑ์และกระบวนการในการตรวจสอบคุณภาพวัสดุรีไซเคิลที่จะนำมาใช้ในงานก่อสร้างอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการดำเนินธุรกิจของแสนสิรินั้นมีการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างแท้จริง บริษัท ได้จัดให้มีการอบรม (Workshop) เกี่ยวกับการบูรณาการการพิจารณาผลกระทบตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment) ในระยะเริ่มต้นของการออกแบบสำหรับโครงการใหม่ทั้งหมด โดยในปี 2568 บริษัท ได้ดำเนินการอบรมดังกล่าวแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว นอกจากนี้ แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปจากโรงงานของแสนสิริยังได้รับเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายการรับรองฉลากคาร์บอนจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) โดยแผ่นพรีคาสท์มีการปล่อยคาร์บอนเพียง 623 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ ซึ่งการรับรอง CFP นี้เป็นการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังใช้งาน ตามหลักการ LCA ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการวางแผนปรับปรุงผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนต่อไป
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

แสนสิริได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป โดยมุ่งลดการใช้ปริมาณคอนกรีตในแต่ละชิ้นงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากการปรับสูตรผสมวัสดุและออกแบบแม่พิมพ์ใหม่ให้ใช้คอนกรีตในปริมาณเหมาะสม ส่งผลให้สามารถลดการใช้คอนกรีตได้โดยไม่กระทบต่อคุณภาพ ความแข็งแรงและมาตรฐานการใช้งานของผลิตภัณฑ์ อีกทั้ง บริษัทยังคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อการใช้ทรัพยากร ผ่านการเปลี่ยนมาใช้คอนกรีตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการก่อสร้างและพัฒนาโครงการต่าง ๆ ซึ่งเป็นคอนกรีตที่มีส่วนผสมจากกรีนซีเมนต์ ลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังคงคุณสมบัติด้านความแข็งแรงและมาตรฐานคุณภาพเทียบเท่าคอนกรีตทั่วไป
การเปลี่ยนมาใช้คอนกรีตสีเขียวในสัดส่วนที่มากขึ้นนี้ช่วยให้สามารถ ลดการใช้ปูนซีเมนต์ปกติได้ประมาณ 13,000 ตัน คิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 11,700 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า