ความสำคัญและพันธกิจ

แสนสิริตระหนักดีว่าการบริหารจัดการมลพิษและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน และจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท

โดยแนวทางการบริหารจัดการครอบคลุมถึงการจัดการของเสียและขยะอันตราย การควบคุมมลพิษทางอากาศ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ที่ครอบคลุมนี้มีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงการปกป้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจากการดำเนินงานของแสนสิริ

แสนสิริเชื่อมั่นว่าการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่แข็งแกร่งและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ดังนั้นบริษัท จึงมีความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการปรับแนวทางการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้ง ลดปริมาณของเสียและส่งเสริมการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ ทั้งหมดนี้เพื่อสนับสนุนนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของแสนสิริ

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

SDGs 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
เป้าหมายที่ 3
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
SDGs 6: น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
เป้าหมายที่ 6
น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
ลดของเสียระดับองค์กร ร้อยละ 15 ภายในปี 2573 โดยเทียบจากปีฐาน 2566
ผลการดำเนินงาน
ของเสียเพิ่มขึ้น ร้อยละ เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566
เป้าหมาย
รีไซเคิลและนำของเสียกลับมาใช้ซ้ำ ร้อยละ 42 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568 รีไซเคิลและนำของเสียกลับมาใช้ซ้ำ ร้อยละ เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566
เป้าหมาย
โรงงานพรีคาสท์ใช้กรีนซีเมนต์ที่มีสัดส่วนการใช้วัสดุทดแทนหินปูน ร้อยละ 15 เพื่อลดการใช้หินปูนและทรัพยากรธรรมชาติ
ผลการดำเนินงาน
ใช้กรีนคอนกรีตที่มีสัดส่วนการใช้วัสดุทดแทนหินปูน ร้อยละ
เป้าหมาย
ตั้งเป้าลดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ลง ร้อยละ 30 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2564 (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)
ผลการดำเนินงาน
ฝุ่น PM 2.5 ลดลง ร้อยละ เมื่อเทียบจากปีฐาน 2564
เป้าหมาย
กรณีที่มลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายเป็นศูนย์
ผลการดำเนินงาน
มีกรณีมลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด 0 ครั้ง

แนวทางการบริหารจัดการ

แสนสิริยังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับสินค้า บริการ และความยั่งยืน เพื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ให้เกิดผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้เสียน้อยที่สุด

ดังนั้น บริษัท ได้กำหนดนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของแสนสิริ ซึ่งเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการจัดการกับปัญหาขยะและมลพิษในภาพรวม ยึดตามแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การใช้วัสดุที่ยั่งยืนในการออกแบบ และการจัดการของเสียจากโรงงานและโครงการที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม เพื่อผลิตของเสียให้น้อยที่สุดและนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลมากขึ้น นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบอย่างรอบคอบ และการออกแบบเพื่อการนำมาใช้ใหม่ แสนสิริมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดการของเสียและพลังงานอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้เพื่อลดผลกระทบระยะยาว นโยบายเหล่านี้จะครอบคลุมตั้งแต่ระดับผู้บริหาร พนักงาน พันธมิตรและคู่ค้า ไปจนถึงผู้บริโภค และขยายผลไปสู่สังคมโดยรวม เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs: Sustainable Development Goals) ขององค์การสหประชาชาติ

แสนสิริมอบหมายให้ฝ่ายพัฒนาความยั่งยืน เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร รวมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนกรรมการบริษัท ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย ส่งเสริม และกำกับดูแลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัท

บริษัท มีแนวทางการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่มุ่งเน้นการปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย รวมถึงแนวปฏิบัติ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ในปี 2568 แสนสิริได้รับการรรับรองระบบการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Management Systems) ตามมาตรฐาน ISO14001:2015

ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแสนสิริ ได้แก่ โรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป และ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หรือคิดเป็นความครอบคลุมร้อยละ 33% ของพื้นที่ทั้งหมด โดยดำเนินการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่ได้ระบุในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment; EIA Report) สำหรับโครงการที่ต้องจัดทำรายงานดังกล่าว

Plus Property อันดับหนึ่ง เรื่องคุณภาพ ระดับสากล

1

ISO 9001

Quality Management System

ระบบบริหารคุณภาพ

เพื่อการันตีคุณภาพงานบริการ

ISO 41001

Facility Management System

ระบบบริหารทรัพยากรกายภาพ

เพื่อให้การบริการการดูแล และใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวก เต็มประสิทธิภาพ

ISO 14001

Environmental Management System

ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม

เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืน

ทั้งนี้ การบริหารจัดการมลพิษและทรัพยากรในภาพรวม บริษัท ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม สามารถดำเนินงานตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ และข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด และทำให้ในปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัท ไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนใด ๆ และไม่มีปรับหรือค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูหรือเยียวยาจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามบริษัท มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนากระบวนการดำเนินให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การบริหารจัดการของเสีย

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย

ลดของเสียระดับองค์กร ร้อยละ 15 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566

ผลการดำเนินงาน

ลดของเสียเพิ่มระดับองค์กร

ร้อยละ 9

เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566

เป้าหมาย

ลดของเสียระดับองค์กร ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566

ผลการดำเนินงาน

ของเสียระดับองค์กรเพิ่มขึ้น

ร้อยละ 9

เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566

เป้าหมาย

ลดของเสียในโครงการที่พักอาศัย ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566

ผลการดำเนินงาน

ของเสียในโครงการที่พักอาศัยเพิ่มขึ้น​

ร้อยละ 44

เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566

เป้าหมาย

ลดของเสียที่สำนักงานใหญ่สิริ แคมปัส ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566

ผลการดำเนินงาน

ลดของเสียที่สำนักงานใหญ่สิริ แคมปัส

ร้อยละ 31

เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566

เป้าหมาย

ลดของเสียในที่พื้นที่ก่อสร้าง ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566

ผลการดำเนินงาน

ลดของเสียในที่พื้นที่ก่อสร้าง

ร้อยละ 18

เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566

เป้าหมาย

ลดของเสียที่โรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566

ผลการดำเนินงาน

ลดของเสียที่โรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป

ร้อยละ 41

เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566

เป้าหมาย

ลดของเสียในโรงแรม ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566

ผลการดำเนินงาน

ของเสียในโรงแรมเพิ่มขึ้น​

ร้อยละ 51

เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566

เป้าหมาย

ลดของเสียที่ฮาบิโตะมอลล์ ร้อยละ 4 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566

ผลการดำเนินงาน

ลดของเสียที่ฮาบิโตะมอลล์

ร้อยละ 3

เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566

เป้าหมาย

รีไซเคิลและนำของเสียกลับมาใช้ซ้ำ ร้อยละ 42 ภายในปี 2568 โดยเทียบจากปีฐาน 2566

ผลการดำเนินงาน

ปี 2568 รีไซเคิลและนำของเสียกลับมาใช้ซ้ำ

ร้อยละ 38

เมื่อเทียบจากปีฐาน 2566

เป้าหมาย

พัฒนาและเผยแพร่สื่อการเรียนรู้สำหรับผู้อยู่อาศัยในโครงการของแสนสิริเกี่ยวกับการคัดแยกขยะและการลดปริมาณขยะ

ผลการดำเนินงาน

ดำเนินการพัฒนาและเผยแพร่สื่อการเรียนรู้สำหรับผู้อยู่อาศัยในโครงการของแสนสิริเกี่ยวกับการคัดแยกขยะและการลดปริมาณขยะผ่านช่องทาง ได้แก่ Sansiri Home Service Application รวมถึงการติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์และกิจกรรมในโครงการ

แนวทางการบริหารจัดการ

ด้วยแสนสิริตระหนักถึงผลกระทบจากของเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า จึงให้ความสำคัญกับการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานตามข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การก่อสร้าง ไปจนถึงระยะการดำเนินการ ครอบคลุมทั้งกิจกรรมของลูกบ้านหรือลูกค้าของโครงการ รวมทั้งการดำเนินงานของโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป และสำนักงานใหญ่ สิริ แคมปัส โดยมุ่งเน้นแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และหลัก 3R – Reuse Reduce Recycle เพื่อลดการเกิดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของเสีย ตลอดจนลดผลกระทบจากการจัดการของเสียที่มีต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้น้อยที่สุด

แสนสิริกำหนดนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการของเสีย ภายใต้แคมเปญ Waste to Worth แยกขยะให้เกิดประโยชน์ โดยตั้งเป้าหมายการลดการเกิดขยะและสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนในการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยมีการจัดทำคู่มือและจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการแยกขยะ การลดปริมาณขยะ รวมไปถึงการนำส่งขยะไปรีไซเคิลเพื่อนำมาใช้ใหม่ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงตอบโจทย์ในการลดปริมาณของเสียที่ส่งกำจัดเท่านั้น หากแต่ยังช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากการกำจัดของเสีย เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ อีกด้วย

การจัดการของเสียจากการก่อสร้าง

แสนสิริตระหนักดีว่ากิจกรรมก่อสร้างสามารถก่อให้เกิดขยะของเสียจำนวนมาก หากปราศจากการวางแผนการจัดการขยะที่ดี แสนสิริจึงกำหนดเป้าหมายการจัดการขยะในโครงการก่อสร้างให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยกำหนดให้ผู้รับเหมา พนักงาน หัวหน้างาน และคู่ค้าทำการแยกขยะ ณ แหล่งกำเนิด และยังมีการวางแผนการก่อสร้าง และการออกแบบโครงการที่ก่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุด ตามโครงการ เส้นทางการจัดการขยะในโครงการก่อสร้างสู่ความสำเร็จ ปี พ.ศ. 2568

เส้นทางการจัดการขยะในโครงการก่อสร้างสู่ความสําเร็จ 2568

แสนสิริจัดอบรมเรื่องการจัดการขยะในโครงการก่อสร้างและที่พักคนงานให้แก่พนักงานและผู้รับเหมา ให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางจำแนกประเภทขยะ และการกำจัดขยะในพื้นที่ก่อสร้างอย่างถูกวิธีอย่างต่อเนื่อง และยังเดินหน้าแคมเปญ “แยกขยะล่ารางวัล” ทำป้ายรณรงค์สื่อสารกับคนงานเป็น 3 ภาษา ได้แก่ ไทย เขมร พม่า เพื่อกระตุ้นให้คนงาน เห็นความสำคัญของการแยกขยะ สร้างแรงจูงใจโดยมีการให้รางวัลเป็นรายไตรมาส และกำหนดของรางวัลเป็นจำนวนเงินที่สามารถทำประโยชน์ได้จริง เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการสื่อสารเป้าหมาย นโยบายการจัดการของเสีย และสร้างความตระหนักในพื้นที่ก่อสร้างของบริษัทไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างครอบคลุม

นอกจากนี้ แสนสิริยังส่งเสริมให้มีการนำขยะกลับมาประโยชน์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปจัดการฝังกลบให้ได้มากที่สุด โดยนำขยะส่วนที่ไม่สามารถขายต่อได้มาใช้ซ้ำหรือแปรรูปเพื่อใช้ประโยชน์ภายในโครงการให้ได้มากที่สุด

ซึ่งในปี 2568 แสนสิริสามารถนำขยะก่อสร้างไปรียูสและนำมาใช้ใหม่ได้ถึง ร้อยละ 63 ผ่านโครงการแนวราบที่ทำการก่อสร้างกว่า 90 โครงการ
กิจกรรมการจัดการของเสียในพื้นที่ก่อสร้าง

ในปี 2568 แสนสิริยังคงขับเคลื่อนโครงการ Waste to Worth ในพื้นที่ก่อสร้าง โดยเน้นการคัดแยกขยะและนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่อย่างสร้างสรรค์ เพื่อทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานก่อสร้าง

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการจัดประกวด “Waste to Worth Award แยกขยะล่ารางวัล” เปิดโอกาสให้โครงการก่อสร้างของแสนสิริเข้าร่วมแข่งขันการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในโซนก่อสร้างและโซนพักอาศัยของคนงาน มีการประเมินรายไตรมาสและบันทึกข้อมูลรายเดือน เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมการแยกขยะอย่างยั่งยืน

และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการมีส่วนร่วมในระดับปฏิบัติการผลจากการแยกขยะอย่างเป็นระบบนำไปสู่ประโยชน์หลายมิติ เช่น รายได้จากการขายขยะรีไซเคิลถูกนำไปจัดซื้อเครื่องกรองน้ำให้คนงานดื่มฟรีในไซต์ก่อสร้าง ขณะที่วัสดุเหลือใช้อย่างเศษกระเบื้อง ถังสี และถุงปูน ถูกนำมาดัดแปลงเป็นถังปุ๋ย แปลงผัก และของใช้ภายในแคมป์ เช่น ที่ล้างมือ ม้านั่ง และเฟอร์นิเจอร์จากเศษไม้ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตให้กับแรงงาน

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา แสนสิริยังได้ต่อยอดการจัดการขยะในโครงการก่อสร้างสู่การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนผ่าน โครงการ “Waste to Worth: 1 Project, 1 Product” โดยความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร โดยเชิญชวนให้ทีมสถาปนิก วิศวกร และคนงานของแสนสิริร่วมคิดและออกแบบผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ ผลงานที่ได้จะถูกส่งต่อให้ชุมชนนำไปใช้ประโยชน์

การจัดการของเสียภายในโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป แผ่นทางเท้าจากเศษโฟมเหลือใช้

ในขั้นตอนการผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป จะมีเศษโฟมเหลือใช้ ที่กลายเป็นของเสียจำนวนมาก แสนสิริจึงเล็งเห็นโอกาสในการนำวัสดุดังกล่าวมาประยุกต์ใช้เป็นส่วนผสมการขึ้นรูปแผ่นทางเท้า

โดยปัจจุบันใช้ติดตั้งหน้างานแล้ว 210 แผ่น ผลการดำเนินงาน ลดปริมาณเศษโฟมที่จะกลายเป็นขยะ
16.8 กิโลกรัม
ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดโฟมและค่าคอนกรีตมาผสมตามแบบเดิม 7,675.50 บาท

รวมถึงกากคอนกรีตที่เป็นของเสียเหลือจากการผลิตแผ่นพรีคาสท์ยังสามารถนำมาผลิตเป็นกระถางต้นไม้ ส่งมอบให้กับชุมชนรอบข้างได้ โดยกระถาง 1 ใบใช้ขยะกากคอนกรีตเป็นส่วนผสมประมาณ 6 กิโลกรัม ส่งมอบให้กับชุมชนละแวกโรงงานไปแล้ว 30 ใบคิดเป็นการลดขยะฝังกลบกว่า 180 กิโลกรัม

ผลการดำเนินงาน

ในปี 2568 ธุรกิจของแสนสิริเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของพนักงานที่เข้ามาทำงานในพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ปริมาณของเสียขององค์กรเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เพียงเท่านั้น รูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปของลูกบ้าน อาทิ การทำงานที่บ้าน การสั่งอาหารและสินค้าออนไลน์ ยังส่งผลต่อลักษณะและของเสียที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2568 มีปริมาณของเสียเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 9

แสนสิริได้ดำเนินการจัดการของเสียอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถนำของเสียเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้
ร้อยละ 38

การบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย

ตั้งเป้าลดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ลง ร้อยละ 30 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2564 (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ในพื้นที่โรงงานพรีคาสท์

ผลการดำเนินงาน

ฝุ่น PM 2.5 ลดลง

ร้อยละ 45

เมื่อเทียบจากปีฐาน 2564

เป้าหมาย

กรณีที่มลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายเป็นศูนย์

ผลการดำเนินงาน

มีกรณีมลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด 0 ครั้ง

แนวทางการบริหารจัดการ

การจัดการมลพิษทางอากาศของโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป

โรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ดำเนินการควบคุมฝุ่นละอองในพื้นที่ โดยการติดตั้งตัวดักกรองฝุ่นบริเวณไซโลเก็บวัตถุดิบ และปรับปรุงกระบวนการให้อยู่ในระบบปิด ทั้งนี้ ได้ดำเนินการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละออง ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศที่สำคัญในกระบวนการผลิตของโรงงานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในและนอกพื้นที่โรงงาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับข้อกำหนดกฎหมาย และไม่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชุนโดยรอบพื้นที่โรงงาน

การจัดการมลพิษทางอากาศภายในโครงการก่อสร้าง

แสนสิริตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้าง โดยกำหนดแนวทางควบคุมมลพิษทางอากาศให้เป็นไปตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อกำหนดในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการอนุมัติของแต่ละโครงการ

การจัดการมลพิษทางอากาศภายในที่อยู่อาศัยของแสนสิริ

แสนสิริตระหนักถึงสิทธิในการมีสุขภาพที่ดีของผู้อยู่อาศัย จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศภายในโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการออกแบบที่มีการเลือกสรรวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อผู้อยู่อาศัย การตรวจวัดคุณภาพอากาศของโครงการทั้งภายในและภายนอกอาคารอย่างต่อเนื่อง โดยลูกบ้านสามารถตรวจสอบคุณภาพอากาศ อาทิ PM 2.5 ได้ผ่านแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองภายในพื้นที่โครงการ อาทิ การฉีดละอองน้ำจากยอดคอนโดและอาคารต่างๆ ที่บริหารจัดการโดยแสนสิริ ตลอดจนการทำความสะอาดพื้นที่โครงการ เพื่อลดฝุ่นละอองจากรถยนต์และการจราจรบริเวณที่พักอาศัย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่อยู่อาศัยของโครงการมีความปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ

ผลการดำเนินงาน

ปริมาณฝุ่น

(หน่วย: ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

Precast Factory

โดยผลการดำเนินงานในปี 2568 มีผลการดำเนินงานอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และบรรลุเป้าหมายการลดและควบคุมฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนในบรรยากาศซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ที่
37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

โครงการก่อสร้าง

ปี 2568 บริษัท ไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนใด ๆ เกี่ยวกับปัญหามลพิษทางฝุ่นทีเกิดจากกระบวนการก่อสร้างของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นในขั้นตอนการขนย้ายวัสดุ หรือขั้นตอนการก่อสร้างอื่น ๆ จนโครงการแล้วเสร็จ

แสนสิริได้มีการตรวจวัดคุณภาพอากาศที่พื้นที่ก่อสร้าง และมีการดำเนินการติดตั้งหัวฉีดละอองน้ำระบบพ่นหมอกบริเวณรั้วโครงการก่อสร้าง เพื่อควบคุมและลดอัตราการกระจายฝุ่นให้อยู่ใน
ระดับมาตรฐาน

การบริหารจัดการการใช้ทรัพยากร

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย

สัดส่วนการใช้กรีนคอนกรีตที่โรงงานพรีคาสท์ต่อการใช้คอนกรีตทั้งหมด ร้อยละ 100

ผลการดำเนินงาน

ร้อยละ 96

เป้าหมาย

ที่โรงงานพรีคาสท์ใช้กรีนซีเมนต์ที่มีสัดส่วนการใช้วัสดุทดแทนหินปูน ร้อยละ 15 เพื่อลดการใช้หินปูนและทรัพยากรธรรมชาติ

ผลการดำเนินงาน

ใช้กรีนคอนกรีตที่มีสัดส่วนการใช้วัสดุทดแทนหินปูน

ร้อยละ 10

แนวทางการบริหารจัดการ

การจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเน้นการลดปริมาณของเสียที่เกิดจากวัสดุที่ใช้ การจัดหาวัสดุที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนตลอดวงจรชีวิตของที่พักอาศัยหรืออาคาร บริษัท กำหนดกลยุทธ์ในการเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ เช่น การใช้วัสดุรีไซเคิล การใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ การใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติลดอุณหภูมิหรือประหยัดพลังงานของสถานที่นั้น ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัท จัดทำหลักเกณฑ์และกระบวนการในการตรวจสอบคุณภาพวัสดุรีไซเคิลที่จะนำมาใช้ในงานก่อสร้างอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการดำเนินธุรกิจของแสนสิรินั้นมีการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างแท้จริง บริษัท ได้จัดให้มีการอบรม (Workshop) เกี่ยวกับการบูรณาการการพิจารณาผลกระทบตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment) ในระยะเริ่มต้นของการออกแบบสำหรับโครงการใหม่ทั้งหมด โดยในปี 2568 บริษัท ได้ดำเนินการอบรมดังกล่าวแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว นอกจากนี้ แผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปจากโรงงานของแสนสิริยังได้รับเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายการรับรองฉลากคาร์บอนจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) โดยแผ่นพรีคาสท์มีการปล่อยคาร์บอนเพียง 623 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ ซึ่งการรับรอง CFP นี้เป็นการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังใช้งาน ตามหลักการ LCA ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการวางแผนปรับปรุงผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนต่อไป

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

แสนสิริได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป โดยมุ่งลดการใช้ปริมาณคอนกรีตในแต่ละชิ้นงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากการปรับสูตรผสมวัสดุและออกแบบแม่พิมพ์ใหม่ให้ใช้คอนกรีตในปริมาณเหมาะสม ส่งผลให้สามารถลดการใช้คอนกรีตได้โดยไม่กระทบต่อคุณภาพ ความแข็งแรงและมาตรฐานการใช้งานของผลิตภัณฑ์ อีกทั้ง บริษัทยังคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อการใช้ทรัพยากร ผ่านการเปลี่ยนมาใช้คอนกรีตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการก่อสร้างและพัฒนาโครงการต่าง ๆ ซึ่งเป็นคอนกรีตที่มีส่วนผสมจากกรีนซีเมนต์ ลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังคงคุณสมบัติด้านความแข็งแรงและมาตรฐานคุณภาพเทียบเท่าคอนกรีตทั่วไป

ในปี พ.ศ. 2568 แสนสิริได้ใช้คอนกรีตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คิดเป็นสัดส่วน
ร้อยละ 96
ของปริมาณคอนกรีตที่ใช้ทั้งหมด

การเปลี่ยนมาใช้คอนกรีตสีเขียวในสัดส่วนที่มากขึ้นนี้ช่วยให้สามารถ ลดการใช้ปูนซีเมนต์ปกติได้ประมาณ 13,000 ตัน คิดเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 11,700 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

นักลงทุนและผู้ถือหุ้น
นักลงทุนและผู้ถือหุ้น
ชุมชนและสังคม
ชุมชนและสังคม
คู่ค้าและพันธมิตร
คู่ค้าและพันธมิตร
หน่วยงานราชการ
หน่วยงานราชการ
คู่แข่งทางการค้า
คู่แข่งทางการค้า

โครงการที่สำคัญ