ความสำคัญและพันธกิจ

การบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ นักลงทุน พนักงาน ลูกค้า และชุมชนรอบข้าง

แสนสิริตระหนักดีว่าปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมือง ภัยธรรมชาติ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

ด้วยเหตุนี้ แสนสิริจึงได้กำหนดกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ครอบคลุม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการระบุและประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า โดยพิจารณาทั้งการดำเนินงานภายในและอิทธิพลภายนอก เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมาย และสิ่งแวดล้อม การเตรียมพร้อมและรับมือกับความเสี่ยงในทุกมิติเหล่านี้ ช่วยเพิ่มความเชื่อถือของบริษัท ฯ ที่จะเติบโตในภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

SDGs 10: การลดความเหลื่อมล้ำ
เป้าหมายที่ 10
การลดความเหลื่อมล้ำ
SDGs 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 11
เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
SDGs 13: การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เป้าหมายที่ 13
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
SDGs 16: ความสงบสุข ยุติธรรมและสถาบันเข้มแข็ง
เป้าหมายที่ 16
ความสงบสุข ยุติธรรมและสถาบันเข้มแข็ง

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
พนักงานร้อยละ 100 ได้รับการทบทวนความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการความเสี่ยงประจำปี และพนักงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ผ่านเกณฑ์การทดสอบ
ผลการดำเนินงาน
พนักงานร้อยละ 100% ได้รับการทบทวนความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการความเสี่ยงประจำปี และมีพนักงาน ร้อยละ ผ่านเกณฑ์การทดสอบ

แนวทางการ บริหารจัดการ

บริษัทได้มีการกำหนดนโยบายในการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรเพื่อกำหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยง ครอบคลุมความเสี่ยงทางธุรกิจทุกด้าน ซึ่งรวมไปถึงความเสี่ยงด้านความยั่งยืนในทุกมิติ โดยมีการทบทวนนโยบายการบริหารความเสี่ยงเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวจะถูกสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้เสีย อาทิ พนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ฯลฯ ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท

ในการนี้ บริษัท ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีหน้าที่พิจารณาและทบทวนความเสี่ยงขององค์กร ซึ่งได้ผนวกความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG Risk) เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงองค์กร และแต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน รวมถึงคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืน เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าว และผนวกการบริหารความเสี่ยงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจทางธุรกิจในกิจกรรมหรือกระบวนการหลักขององค์กร โดยคณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่กำกับดูแลความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Board oversees ESG risks) เพื่อให้มั่นใจว่ามีการดำเนินการตามมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

บริษัทได้นำกรอบการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรแบบบูรณาการ (Enterprise Risk Management หรือ ERM) ซึ่งมีแนวทางการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร – การบูรณาการกับกลยุทธ์และผลการดำเนินงานที่พัฒนาโดย COSO (The Committee of Sponsoring Organisations of the Treadway Commission) มาใช้เป็นแนวทางหลักในการบริหารความเสี่ยง ในส่วนนี้ การบริหารความเสี่ยงได้ถูกบูรณาการอย่างเต็มที่เข้ากับกระบวนการกำกับดูแล การวางแผน และการรายงานขององค์กร ทั้งในระดับปฏิบัติการและระดับกลยุทธ์ โดยไม่มองว่าเป็นกิจกรรมที่แยกต่างหาก เพื่อสนับสนุนเรื่องนี้ บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงย่อยขึ้น ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยธุรกิจหลักต่างๆ ที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงและรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ที่สำคัญ เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมการควบคุมภายในของเราและอำนวยความสะดวกในการประเมินอย่างเป็นกลาง บทบาทของผู้บริหารด้านความเสี่ยงที่ได้รับการแต่งตั้งนี้จึงแตกต่างจากบทบาทของหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบ การแบ่งแยกความรับผิดชอบที่ชัดเจนนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถระบุความเสี่ยงเชิงรุกและให้ความมั่นใจอย่างอิสระต่อระบบควบคุมของบริษัทได้​

บริษัทฯ ได้ดำเนินการนำกรอบการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรของ COSO ซึ่งบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์และผลการดำเนินงาน มาใช้เป็นแนวทางที่มีระเบียบในการบริหารความเสี่ยง โดยประกอบด้วยองค์ประกอบหลักที่เชื่อมโยงกันแปดประการ ดังต่อไปนี้:

กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงของแสนสิริ

บริษัท มีการประเมินผลการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องตลอดจนติดตามและรายงานความคืบหน้าของประเด็นความเสี่ยงและแผนงานต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนงานบริหารความเสี่ยงกับผู้บริหารและเจ้าของความเสี่ยงแต่ละฝ่ายงาน ซึ่งแผนงานการลดความเสี่ยง ประกอบด้วยความเสี่ยงระดับองค์กรและความเสี่ยงระดับฝ่ายงาน

บริษัท กําหนดให้แต่ละฝ่ายงานมีผู้รับผิดชอบความเสี่ยง เพื่อส่งเสริมให้พนักงานทุกคนตระหนักและมีส่วนร่วมในการบริหารความเสี่ยง ทั้งการประเมินความเสี่ยงและจัดทำแผนบริหารความเสี่ยง โดยรายงานความคืบหน้าของแผนบริหารความเสี่ยงกับหัวหน้าฝ่าย รวมถึงมีหน้าที่ในการประสานงานกับหน่วยงานบริหารความเสี่ยงขององค์กร เพื่อประเมินและติดตามผลรายไตรมาส

ในด้านการบริหารความเสี่ยงที่อาจมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจ แสนสิริได้มีการจัดเตรียมแผนเพื่อรับมือได้อย่างทันท่วงที หากเกิดกรณีสถานการณ์วิกฤต ทั้งนี้เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เกิดภาวะหยุดชะงัก อีกทั้งยังมีการจัดตั้งคณะทำงานตอบสนองความเสี่ยง เพื่อรับผิดชอบติดตามและตัดสินใจเลือกใช้แผนจัดการ เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้สภาวการณ์กลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพของกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัท แสนสิริยังได้กำหนดให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยคณะกรรมการบริษัท ทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ และทบทวนแผนการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสอบและประเมินประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัท ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิผล

นอกเหนือจากความเสี่ยงในการดำเนินงานทั่วไป บริษัท ได้กำหนดแนวปฏิบัติเฉพาะสำหรับการจ้างผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอก เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของงบการเงิน กระบวนการนี้รวมถึงการหมุนเวียนผู้สอบบัญชีตามที่กฏหมายกำหนดซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านความไม่เป็นอิสระของผู้สอบบัญชี เพื่อเสริมสร้างประสิทธิผลของกระบวนการตรวจสอบบัญชี

วัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงของแสนสิริ

วัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยสร้างความรู้ ความเข้าใจและพฤติกรรมการจัดการความเสี่ยงที่ดีให้พนักงานสามารถรับมือกับความเสี่ยงทุกระดับที่ต้องเจอในการทำงานทุกวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท จึงได้จัดทำทะเบียนความเสี่ยงทั้งในระดับองค์กรและระดับฝ่ายงาน เพื่อให้พนักงานและผู้บริหารจากทุกหน่วยงานได้ทบทวนความเสี่ยงและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง โดยบริษัท มีการติดตาม ประเมินประสิทธิภาพของการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง และรายงานข้อมูลความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการบริษัท และกรรมการอิสระ

เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงขององค์กรในทุกระดับ บริษัท ได้จัดให้พนักงานใหม่ทุกคนเข้าอบรมในหลักสูตรการบริหารความเสี่ยง ผ่านระบบ Sansiri Learning Hub และมีการจัดการอบรมและจัดทำแบบทดสอบเพื่อทบทวนเรื่องการบริหารความเสี่ยงให้แก่พนักงานเป็นประจำทุกปี ซึ่งในปี 2568 มีพนักงานเข้าร่วมรับการอบรมทั้งหมด 4,971 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของพนักงานทั้งหมด และผ่านเกณฑ์การทดสอบทั้งหมด 4,673 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 94 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 90 อีกทั้งบริษัท สนับสนุนให้กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน เข้าร่วมอบรมกับหน่วยงานภายนอก เพื่อเพิ่มความรู้และทักษะในการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับรายละเอียดการเข้าร่วมการอบรมประจำปี 2568 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมภายใต้หัวข้อโครงการที่สำคัญ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

บริษัท ติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อม ที่มีแนวโน้มเป็นปัจจัยเสี่ยงและมีโอกาสส่งผลกระทบต่อองค์กรอย่างต่อเนื่อง

ทั้งความเสี่ยงที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า โดยบริษัท ได้กำหนด ‘ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้’ รวมถึงดัชนีชี้วัดความเสี่ยง ซึ่งได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง แล้วนำผลการประเมินปัจจัยความเสี่ยงดังกล่าวมาจัดทำแผนพัฒนาการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

เพื่อประสิทธิภาพของการบริหารความเสี่ยง บริษัท ได้จัดทำทะเบียนความเสี่ยงทั้งในระดับองค์กรและระดับฝ่ายงาน โดยมุ่งเน้นให้กระบวนการดังกล่าวครอบคลุมทุกหน่วยงานสำคัญของธุรกิจหลักและธุรกิจในเครือ ซึ่งการติดตามทบทวนทะเบียนความเสี่ยงและดัชนีชี้วัดความเสี่ยงนั้น จะดำเนินการในทุกไตรมาส และนำรายงานประเด็นสำคัญต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณารับทราบและให้ข้อเสนอแนะต่อไป

ในปีนี้ จากการติดตามการประเมินความเสี่ยงพบว่า บริษัท ได้ดำเนินการอย่างครบถ้วนตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดยบริษัท ยังคงติดตามประเด็นความเสี่ยงอันมีผลมาจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก เพื่อให้ความเสี่ยงส่วนใหญ่ของบริษัท ปรับลดลงหรือคงไว้ในระดับที่ยอมรับได้

ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์

ความเสี่ยงในการสรรหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ

คำอธิบายความเสี่ยง

ความเสี่ยงจากการไม่สามารถหาที่ดินมาพัฒนาโครงการได้เพียงพอกับเป้าหมายหรือแผนกลยุทธ์ของบริษัท ซึ่งเป็นผลจากราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การขาดแคลนที่ดินในทำเลย่านธุรกิจ และการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย การใช้ประโยชน์ที่ดิน และผังเมืองที่เกี่ยวข้อง

แนวทางบริหารจัดการ

ดำเนินการตรวจสอบด้านกฎหมาย การใช้ประโยชน์ที่ดิน และผังเมืองตั้งแต่ขั้นตอนการพิจารณาซื้อที่ดิน พร้อมติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและข้อกำหนดจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและวางแผนการพัฒนาโครงการได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการร่วมทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพในการสรรหาที่ดิน และการสร้างเครือข่ายนายหน้าสรรหาที่ดิน ทั้งบุคคลและบริษัท รวมถึงการเปิดช่องทางการรับข้อมูลผ่านเว็บไซต์ คอลเซ็นเตอร์ และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งที่ดินได้อย่างหลากหลายและมีประสิทธิภาพ

ความเสี่ยงด้านการเงิน

ความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้าง

คำอธิบายความเสี่ยง

ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างมีผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการพัฒนาโครงการ ส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมงบประมาณและอัตรากำไรของโครงการ โดยเฉพาะการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างหลัก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันต้นทุนรวมของโครงการ

แนวทางบริหารจัดการ

มอบหมายให้ฝ่ายจัดซื้อโครงการเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาวัสดุก่อสร้างอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถตอบสนองและเจรจาปรับราคากับคู่ค้าได้อย่างทันท่วงทีเมื่อราคาตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างหลักบางรายการจากผู้ผลิตโดยตรงและใช้ประโยชน์จากการสั่งซื้อในปริมาณมากเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองด้านราคา ควบคู่กับการดำเนินการประกวดราคา เปรียบเทียบคุณภาพ และกำหนดราคาส่งมอบล่วงหน้า

ความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจและภาวะการแข่งขัน

คำอธิบายความเสี่ยง

ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง ประกอบกับอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ต้องอาศัยเงินจำนวนมากในการซื้อ ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อ และอาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไรของโครงการ

แนวทางบริหารจัดการ

การติดตามความเสี่ยงอย่างใกล้ชิดและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสภาวะตลาด รวมถึงติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และปรับพอร์ตการลงทุนให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม มุ่งเน้นการบริหารสินค้าคงเหลือและควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายภายในเพื่อให้เกิดราคาที่แข่งขันได้

ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยน

คำอธิบายความเสี่ยง

ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องใช้เงินทุนสูงและดำเนินโครงการเป็นระยะเวลานานหลายปี ทำให้บริษัท เผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยที่อาจส่งผลต่อผลประกอบการและต้นทุนทางการเงินของโครงการ นอกจากนี้ การลงทุนในธุรกิจต่างประเทศ ยังทำให้บริษัท เผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอีกด้วย

แนวทางบริหารจัดการ

การมีช่องทางในเงินทุนที่หลากหลาย ทำให้บริษัท สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศ มีการจัดหาแหล่งเงินทุนในประเทศนั้น ๆ เพื่อให้สกุลเงินในการจ่ายคืนหนี้สอดคล้องกับสกุลเงินของรายรับ รวมถึงการใช้ตราสาร อนุพันธ์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ

ความเสี่ยงจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

คำอธิบายความเสี่ยง

การดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการอสังหาริมทรัพย์ ทำให้บริษัท จำเป็นต้องเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ซึ่งพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มีวัตถุประสงค์เพื่อกำกับดูแลการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้ถูกต้อง มีขอบเขต และไม่ใช้เกินวัตถุประสงค์ หากบริษัท ไม่ปฏิบัติตามอาจละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล และเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีหรือบทลงโทษจากหน่วยงานกำกับดูแล

แนวทางบริหารจัดการ

การจัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) อบรมพนักงานให้ปฏิบัติงานสอดคล้องกับนโยบายที่กำหนด กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและจ้างที่ปรึกษาภายนอก พร้อมเข้าร่วมอบรมและอัปเดตข้อมูลกับหน่วยงานภายนอก และยังระบุความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคลลงในทะเบียนความเสี่ยงของส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยง ติดตามและทบทวนอย่างต่อเนื่อง

ความเสี่ยงจากการที่โครงการคอนโดมิเนียมจะไม่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

คำอธิบายความเสี่ยง

การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มีหลายโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) เพื่อขออนุมัติต่อสำนักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความไม่แน่นอนในการได้รับอนุมัติ EIA หรือความจำเป็นในการปรับปรุงมาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อกำหนดการดำเนินโครงการ รวมถึงอาจเพิ่มต้นทุนการพัฒนา

แนวทางบริหารจัดการ

การว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาซึ่งขึ้นทะเบียนต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ดำเนินการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 โดยดำเนินการตามข้อกำหนดในรายงาน EIA อย่างเคร่งครัด พร้อมจัดให้มีมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับโครงการ

ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ

ความเสี่ยงจากการร้องเรียนของลูกค้า

คำอธิบายความเสี่ยง

ในปัจจุบันที่ความต้องการของลูกค้ามีความหลากหลายมากขึ้น และมีความคาดหวังต่อคุณภาพของสินค้าและบริการในระดับที่สูงขึ้น เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ประกอบกับสื่อโซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารข้อมูล สามารถเข้าถึงได้ง่ายและเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัท มีความเสี่ยงจากลูกค้าร้องเรียนในประเด็นต่าง ๆ ทั้งด้านคุณภาพสินค้า การก่อสร้าง การให้บริการ และการดูแลหลังการขาย

แนวทางบริหารจัดการ

บริษัท มีหน่วยงานที่ดูแลบริการลูกค้าหลังการขายทั้งหน่วยงานคอลเซ็นเตอร์ หน่วยงานแสนสิริโฮมแคร์ และหน่วยงานบริหารจัดการที่อยู่อาศัย คอยอำนวยความสะดวกและจัดการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ลูกค้า พร้อมทั้งได้เปิดรับแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ เว็บไซต์ของแสนสิริ (www.sansiri.com) Sansiri Home Service Application คอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 1685 และอีเมล CS@SANSIRI.COM และมีการกำหนดกรอบเวลามาตรฐานในการจัดการข้อร้องเรียน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกข้อร้องเรียนจะนำไปสู่การแก้ไขได้อย่างถูกต้องจนได้ข้อยุติ และยังมีคณะทำงานโซเชียลมีเดีย เพื่อติดตาม และบริหารจัดการประเด็นบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามจนกลายเป็นวิกฤต

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศและภัยคุกคามทางไซเบอร์

คำอธิบายความเสี่ยง

การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ในกระบวนการทำงานทุกขั้นตอน รวมถึงการสื่อสารข้อมูลทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความคล่องตัว ความรวดเร็วในการดำเนินงาน และการตอบสนองความต้องการของลูกค้า มาพร้อมกับความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Threats) ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและมีรูปแบบการโจมตีที่ซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น อาจส่งต่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ การสูญหายหรือรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ ตลอดจนความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท

แนวทางบริหารจัดการ

การจัดทำนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ เพื่อกำหนดแนวทางในการใช้งานและป้องกันความเสี่ยง การตรวจสอบและทดสอบการเจาะระบบ (Penetration Test) การปรับปรุงและอัปเดตอุปกรณ์ ระบบ และซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ การอบรมและสร้างความตระหนักรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แก่พนักงาน เพื่อให้ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด ตลอดจนการจัดทำแผนรับมือและตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านไซเบอร์ เช่น แผนกู้คืนระบบ (IT Disaster Recovery Plan)

ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมหรือบรรษัทภิบาล (ESG Risk)

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

คำอธิบายความเสี่ยง

ปัญหาภาวะโลกร้อนกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศมีความแปรปรวนมากยิ่งขึ้น และกระทบต่อความสมดุลของธรรมชาติอย่างมีนัยสำคัญ อาทิ การเกิดคลื่นความร้อนที่รุนแรง ฝนตกหนัก ภัยแล้ง พายุหมุนเขตร้อน และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ก่อให้เกิดทั้งความเสี่ยงทางกายภาพและความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบริษัท ในหลายมิติ รวมถึงหากมีการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดเก็บภาษีคาร์บอนในอนาคต ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำ

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่จะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหวที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการแนวสูง

แนวทางบริหารจัดการ

การติดตามและบริหารจัดการความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานด้านการประเมินความเสี่ยงและหน่วยงานด้านความยั่งยืน มีการกำหนดแผนงานและมาตรการที่ครอบคลุม อาทิ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดการใช้พลังงานและทดแทนด้วยพลังงานสะอาด การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อลดการใช้พลังงาน การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในทุกโครงการเพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การลงทุนในนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเตรียมการนำการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Pricing)

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk)

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ 1 : ความเสี่ยงด้านกฏระเบียบและการเปิดเผยข้อมูลด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)

ผลกระทบ:

ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) มีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท สอดคล้องกับแนวโน้มและความเข้มงวดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของกฎระเบียบด้านความยั่งยืนในระดับสากล อาทิ มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน IFRS S1 และ IFRS S2 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า รวมถึงกรอบการรายงานสากลอย่าง มาตรฐาน GRI กรอบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ (TNFD) และกรอบการประเมินข้อมูลทางการเงินและดัชนีหุ้น FTSE Russell ESG Scores

นอกจากนี้ ความเข้มงวดด้านกฎระเบียบยังครอบคลุมถึงการกำกับดูแลจากภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลในการวัดและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น การเพิ่มข้อกำหนดตามแนวทางของ Science Based Targets initiative (SBTi) สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือการรายงานข้อมูลตามหลักเกณฑ์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ขณะเดียวกัน กฎหมายและกรอบนโยบายใหม่อย่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและ Thailand Taxonomy มาตรฐานกลางที่ใช้อ้างอิงในการจำแนกและจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทย อยู่ระหว่างการพัฒนาและเตรียมประกาศใช้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจด้านการลงทุน การพัฒนาโครงการ และการจัดหาเงินทุนของบริษัทในอนาคต นอกจากนี้ ความคาดหวังของสังคมต่อการเคารพสิทธิมนุษยชนและความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทานยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านกฎหมายและแนวปฏิบัติด้านการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม (Human Rights and Environmental Due Diligence: HREDD) ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นทั้งในประเทศและสากล

หากบริษัท ไม่ได้เตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว อาทิ การถูกปรับหรือถูกลงโทษจากการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล การเสียเปรียบด้านการแข่งขัน หรือการถูกตั้งข้อกังขาเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือด้าน ESG ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ

แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง:

บริษัท มีแนวทางในการดำเนินการเพื่อรับมือกับความเสี่ยงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เริ่มตั้งแต่โครงสร้างการกำกับดูแลเรื่องดังกล่าว โดยบริษัท ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลด้านความยั่งยืนและทีมทำงานเพื่อขับเคลื่อนในเรื่องของความยั่งยืนองค์กร รวมถึงการสร้างความพร้อมในกระบวนการและระบบงานที่มีความเกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การเปิดเผยข้อมูลตาม IFRS S1 และ S2 นอกจากนั้น เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูล บริษัท มีการเตรียมความพร้อมเพื่อตรวจสอบและรับรองโดยบุคคลที่สาม (Third Party) เพื่อให้รายงาน ESG ขององค์กรมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงการรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียว เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและความคาดหวังของผู้บริโภคยุคใหม่


ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ 2 : ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงเชิงประชากร

ผลกระทบ:

องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2593 สัดส่วนประชากรโลกอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว สะท้อนแนวโน้มสังคมสูงวัยทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2567 และคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุดภายในปี 2576 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นควบคู่กับอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่นิยมมีบุตรน้อยลง และหันไปให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมส่วนตัวมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเติบโตของตลาดทางเลือก เช่น ตลาดสัตว์เลี้ยง ขณะเดียวกัน ประชากรวัยทำงานต้องเผชิญกับภาระดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตราส่วนของคนวัยทำงานต่อผู้สูงอายุมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ท้าทายมากขึ้น ทั้งนี้ โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปส่งผลกระทบต่อความต้องการในการเลือกที่อยู่อาศัยและบริการที่เกี่ยวข้องในระยะยาว และกระทบต่อความสามารถในการดึงดูดบุคลากรในอนาคต หากกำลังแรงงานลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์

แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง:

บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าวและได้เตรียมความพร้อมในหลายมิติ ทั้งการพัฒนาโครงการและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้อยู่อาศัย เช่น โครงการที่รองรับผู้อยู่อาศัยที่อยู่ร่วมกันในหลากหลายรุ่น โครงการที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ บริษัท ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดคล้องไปตามโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ บริษัท ได้ประกาศนโยบายขยายอายุเกษียณพนักงานจาก 60 ปีเป็น 65 ปี (แบบสมัครใจ) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 เพื่อรองรับสังคมสูงวัย สนับสนุนนโยบายภาครัฐ และเปิดโอกาสให้พนักงานที่ยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถทำงานต่อไปได้

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารและพนักงาน
ผู้บริหารและพนักงาน
นักลงทุนและผู้ถือหุ้น
นักลงทุนและผู้ถือหุ้น
ลูกค้า ผู้เช่าและผู้อาศัย
ลูกค้า ผู้เช่าและผู้อาศัย
ชุมชนและสังคม
ชุมชนและสังคม

โครงการที่สำคัญ