มาตรฐานแรงงาน
ความสำคัญและพันธกิจ
ในสภาวะที่โลกธุรกิจเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ ความคาดหวังและความต้องการของผู้บริโภค
แสนสิริจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพและการรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพสูง เพื่อให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลาย นอกจากนี้แสนสิริยังส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และเน้นการมีส่วนร่วม โดยให้พนักงานมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนธุรกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ควบคู่กับการดูแลสังคมสิ่งแวดล้อมและยึดมั่นอยู่ในหลักธรรมาภิบาล
เพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังขององค์กรและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน แสนสิริได้ผสมผสานวัฒนธรรมองค์กรเข้าในทุกกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล ตั้งแต่ขั้นตอนการสรรหา การพัฒนาทักษะและความสามารถของพนักงาน ไปจนถึงการประเมินผลการทำงาน พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารรุ่นใหม่ที่เข้ามาสานงานต่อให้มีวิสัยทัศน์ โดยยึดมั่นในหลักการที่เน้นลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ รวมถึงส่งเสริมและสร้างโอกาสบนความเท่าเทียมให้กับพนักงานที่มีความหลากหลาย
แสนสิริ ดีเอ็นเอ




จากดีเอ็นเอของแสนสิริ ต่อยอดสู่พฤติกรรมที่ผลักดันสู่ความสำเร็จให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น กับ
“5 แนวการทำงานที่ผลักดันสู่ความสำเร็จ”
ทำงานอย่างมืออาชีพ
เปิดกว้างพร้อมปรับสู่เป้าหมาย
คิดและทำแบบเจ้าขององค์กร สร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน
แนวทางเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มหัวหน้างาน
แปลงกลยุทธ์เป็นผลลัพธ์
ปลดล็อคศักยภาพของทีม
แสนสิริ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมความรับผิดชอบต่อสังคมและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตอบรับนโยบายขององค์กร และส่งต่อผ่านแสนสิริดีเอ็นเอ สร้างความตระหนักรู้แก่พนักงานให้มีแนวคิดและพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีกับสังคมและสิ่งแวดล้อม
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
แนวทางการบริหารจัดการ
แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล
แสนสิริมุ่งเน้นการพัฒนาและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพสูงให้สามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กร โดยเริ่มจากการสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและมีค่านิยมตรงกับองค์กร เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพในการทำงานและเกิดความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร พร้อมกับการให้พนักงานมีโอกาสพัฒนาศักยภาพและเติบโตในอาชีพ มีการออกแบบการทำงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายของธุรกิจและพัฒนาความสามารถที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล ผ่านการทำงานร่วมกับ "พีเพิล พาร์ทเนอร์" ที่จะทำหน้าที่เสมือนหุ้นส่วนในการเสริมสร้างความสำเร็จทั้งในด้านองค์กรและพนักงาน รวมถึงความใส่ใจในการดูแลพนักงานในทุกมิติ เช่น การพัฒนาสวัสดิการและสร้างโอกาสบนพื้นฐานของ "ความเท่าเทียม" เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเติบโตและมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรไปพร้อมกัน
1. การสื่อสารภายในองค์กร
บริษัท ปรับการสื่อสารภายในองค์กรตามบริบทของสังคมโลกปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการสื่อสารสองทางที่ทั่วถึงทั้งจากองค์กรสู่พนักงาน และรับฟังเสียงจากพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร การสื่อสารกลยุทธ์และทิศทางขององค์กรจากผู้บริหารไปสู่พนักงานเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้พนักงานมีความเข้าใจและสามารถทำงานได้ตรงตามเป้าหมายขององค์กร บริษัท จึงเลือกรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลายเพื่อเข้าถึงพนักงานให้มากที่สุด เช่น การจัดประชุมร่วมกันทั้งองค์กรที่เปิดโอกาสให้ผู้บริหารและพนักงานได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูล หรือกิจกรรม "พี่สอนน้อง" ที่เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้จากพนักงานรุ่นเก่าถึงรุ่นใหม่ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในทิศทางขององค์กรและกระตุ้นความร่วมมือระหว่างทีมงาน
ขณะเดียวกัน การฟังเสียงจากพนักงานก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญในการเข้าใจความต้องการและช่วยสนับสนุนให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ บริษัท จึงมีช่องทางหลายรูปแบบเพื่อรับฟังเสียงจากพนักงาน เช่น HR CARE ซึ่งเป็นช่องทางที่พนักงานสามารถแจ้งเรื่องหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดูแลพนักงาน หรือเรื่องภายในบริษัท เพื่อให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลสามารถให้คำปรึกษาหรือแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที และ HR CARE x CONNECT ที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเข้าไปพบพนักงานถึงโครงการ ซึ่งทำให้ได้รับความคิดเห็นพนักงาน และสามารถสื่อสารข้อมูลข่าวสารกับพนักงานได้โดยตรง นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำแบบสำรวจที่ช่วยวัดแรงผลักดันหรือแรงขับเคลื่อนของพนักงาน เพื่อช่วยให้ผู้บริหาร และฝ่ายพัฒนาบุคคล เข้าใจปัจจัยที่ทำให้พนักงานรู้สึกมีพลังในการทำงาน และสร้างแรงจูงใจในการทำงานอย่างมีความสุข ส่งผลให้ทั้งองค์กรและพนักงานเติบโตไปพร้อมกัน และสร้างสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดี
นอกจากนี้ เพื่อให้พนักงานทุกคนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง บริษัท ได้พัฒนาและเพิ่มช่องทางการสื่อสารให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานและรูปแบบการทำงานในปัจจุบัน พนักงานสามารถติดตามข่าวสาร และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนองค์กรไปพร้อมกัน ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Sansiri-Connect SharePoint และ Sansiri Home Application for Employee
อีกทั้ง บริษัท ยังมีการจัดกิจกรรมการสร้างทีมสัมพันธ์ขององค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการแนวสูงและโครงการแนวราบของบริษัท จึงมีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมพฤติกรรมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกัน
2. การสรรหาบุคลากร



บริษัท มีแนวทางการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร เพื่อค้นหาและดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถมาเข้าร่วมทำงานกับองค์กร โดยพิจารณาจากเกณฑ์ความเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร ความรู้ ความสามารถ และทักษะเฉพาะที่ตรงกับลักษณะงานของตำแหน่งงานที่เปิดรับ บนพื้นฐานของการประเมินอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติต่อเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ หรือความพิการ โดยรับสมัครผ่านช่องทางหลักหรือเว็บไซด์ประกาศรับสมัครงานของแสนสิริ และบริษัทในเครือ ตลอดจนสื่อสารกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาบุคลากรผ่าน Facebook Sansiri Careers ทั้งนี้ แสนสิริเปิดโอกาสให้ผู้สมัครเข้าร่วมงานตามความเหมาะสมกับตำแหน่งงาน ซึ่งรวมถึงผู้สมัครจากกลุ่มผู้ด้อยโอกาส เช่น ผู้ที่มาจากครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์หรือไม่มีวุฒิการศึกษาอย่างเป็นทางการ โดยพนักงานทุกกลุ่มจะได้รับการพัฒนาทักษะและสวัสดิการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงทางอาชีพ
อีกทั้ง แสนสิริได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านแรงงานทั้งในโครงการที่ดำเนินการอยู่และโครงการใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยในส่วนของโครงการใหม่ บริษัท มีการประเมินความเสี่ยงด้านแรงงานในขั้นตอนการพิจารณาลงทุน (Due Diligence) เพื่อวิเคราะห์และระบุความเสี่ยงด้านแรงงานที่อาจเกิดขึ้น เช่น ความเสี่ยงเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานท้องถิ่น สภาพการจ้างงาน และสิทธิแรงงานต่าง ๆ ส่วนในโครงการที่ดำเนินงานอยู่ แสนสิริมีการประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยครอบคลุมการติดตามผลกระทบด้านแรงงาน และปรับปรุงแนวปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานและแนวทางปฏิบัติที่ดีอย่างต่อเนื่อง
แสนสิริเข้าใจดีว่าธุรกิจจะต้องดำเนินการโดยไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนสำคัญ บริษัท จึงกำหนดมาตรการในการป้องกันการใช้แรงงานเด็ก (Child labour) และแรงงานบังคับ (Forced labour) เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าของแสนสิริเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงานสากล ในคู่มือการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณทางธุรกิจ
รวมถึงบริษัท ยังให้ความสำคัญกับการจ่ายค่าจ้างที่เป็นธรรมตามกฎหมายแรงงาน ในขณะเดียวกัน แสนสิริยังมุ่งมั่นในการส่งเสริมการจ่ายค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต (living wage) นอกจากนี้ แสนสิริยังยึดมั่นในการจ่ายตอบแทนที่เท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ อายุ เชื้อชาติ หรือสถานะอื่นใด โดยได้มีการกล่าวถึงหลักการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ในระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเรื่องการบริหารค่าจ้าง
นอกจากนี้ ยังเปิดหลักสูตรฝึกงานที่เปิดกว้างสำหรับนิสิตนักศึกษา ที่มีความสนใจร่วมงานกับแสนสิริ และมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ในสายงานและวัฒนธรรมการทำงานของบริษัท ที่เปิดโอกาสให้ได้ปลดปล่อยความสร้างสรรค์และความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่ และจัดให้มีการแข่งขันการนำเสนอผลงาน หรือ แสนสิริ อัลฟ่า พิชชิ่งเดย์ ก่อนจบโครงการอีกด้วย
Sansiri Alpha Internship Program
บริษัท ได้จัดทำหลักสูตรฝึกงานขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้แก่นิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ และเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่อยากพัฒนาตนเองแบบไร้ขีดจำกัด กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ มีเป้าหมายและความฝันที่ชัดเจน มาประลองบนสนามจริง โดยนำความรู้เชิงทฤษฎีมาปรับใช้กับการทำงานจริง พร้อมเรียนรู้ดีเอ็นเอแสนสิริจากการทำงานที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และความเป็นมืออาชีพในแบบแสนสิริ
โดยตั้งแต่ปี 25665 ถึง 2568 มีจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความไว้วางใจในการทำงานร่วมกันกับแสนสิริ
- ปี 2565: ผู้สมัคร 1,169 คน
- ปี 2566: ผู้สมัคร 1,500 คน (เพิ่มขึ้น 28%)
- ปี 2567: ผู้สมัคร 1,800 คน (เพิ่มขึ้น 20%)
- ปี 2568: ผู้สมัคร 1,900 คน (เพิ่มขึ้น 5.6%)
- ปี 2569: ผู้สมัคร 2,003 คน (เพิ่มขึ้น 5.42%)
โดยโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาศักยภาพและมอบโอกาสการเรียนรู้ที่หลากหลายแก่ผู้เข้าร่วม โดยกิจกรรมหลัก ได้แก่
- รับฟังเคล็ดลับจากผู้บริหารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ
- เรียนรู้การวิเคราะห์ธุรกิจและการตัดสินใจ
- จัดเวทีแสดงความสามารถและยกระดับทักษะการนำเสนอ
จำนวนผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ
หน่วย: (คน)



ซึ่งผลสำรวจความพึงพอใจในปี 2568 พบว่าร้อยละ 90% ของนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการพึงพอใจต่อโครงการนี้ โดยนิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่เลือกสมัครทำงานกับแสนสิริหลังจบโครงการ และแนะนำโปรแกรมนี้ให้เพื่อนรุ่นน้องของต่อ ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแสนสิริ ในการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ และการดึงดูดผู้มีความสามารถเข้าสู่องค์กรอย่างยั่งยืน

3. การพัฒนาศักยภาพของพนักงาน
บริษัท กำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาบุคลากรซึ่งครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพทั้งพนักงานใหม่และปัจจุบัน สำหรับพนักงานเข้าใหม่จะมุ่งเน้นการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานเพื่อการปรับตัวเข้ากับสถานที่และสังคมทำงานได้อย่างราบรื่น รวมถึงเข้าใจธุรกิจและงานที่ทำมากยิ่งขึ้น และในส่วนของพนักงานปัจจุบัน จะมุ่งเน้นการพัฒนาและเรียนรู้ในกลุ่มหลักสูตรตามสายอาชีพ ด้วยการฝึกอบรมโดยวิทยากรภายในและการฝึกปฏิบัติงานจริง ยกเว้นหลักสูตรตามกฎหมายบังคับและองค์ความรู้ใหม่ที่ไม่เคยมีในบริษัท มาก่อนและจำเป็นต้องเรียนรู้จากภายนอก เพื่อการทำงานในอนาคต
นอกจากนี้ แสนสิริยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมพนักงานให้สามารถรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ของธุรกิจในปัจจุบัน รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพของตน ตลอดจนเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้มีโอกาสเลือกเรียนรู้ในเนื้อหาที่สนใจผ่านการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และส่งเสริมการพัฒนาทักษะและภาวะผู้นำให้กับกลุ่มที่มีศักยภาพ/คุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายตามความเหมาะสมทั้งการเรียนรู้และอบรมในห้องเรียน ห้องเรียนเสมือน และการเรียนรู้จากการฝึกฝนและลงมือทำ ตลอดจนการพัฒนาแผนการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพรายบุคคล โดยพิจารณาจากการประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาทักษะและตอบโจทย์ความคาดหวังในเป้าหมายในสายอาชีพของพนักงานแต่ละคน
Performance Management Framework (Sansiri Group)
หลักสูตรตามสายอาชีพ
แสนสิริมีการสำรวจและศึกษาทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยธุรกิจ โดยทีมบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการบริหารคนและบริหารธุรกิจ (HR’s Business Partner (HRBP)) ทำให้บริษัท สามารถวางแผนกลยุทธ์ด้านบุคคลากรผ่านกระบวนการวิเคราะห์และระบุหัวข้อการเรียนรู้เพื่อผลิตสื่อออนไลน์ หรือการอบรมพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับพนักงาน อีกทั้งพนักงานสามารถนำความรู้จากการฝึกอบรมไปใช้ต่อยอดในการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยส่งเสริมให้องค์กรและพนักงานเห็นเส้นทางการเติบโตและการพัฒนาอาชีพบนเป้าหมายร่วมกัน
โครงการที่โดดเด่น

โครงการ DISC: รู้จักตัวเรา เข้าใจผู้อื่น สำหรับทีม Customer Relations (CR)

โครงการพัฒนาทักษะผู้ถ่ายทอดงาน Train the Trainer for QCP
หลักสูตรทางเลือก
เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีโอกาสพัฒนาตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา แสนสิริได้พัฒนาศูนย์กลางการเรียนรู้ระบบออนไลน์ที่ผู้เรียนสามารถเข้าใช้งานและเลือกเรียนตามหัวข้อและความสนใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้พนักงานสามารถเข้าถึงความรู้พื้นฐาน ทักษะเกี่ยวกับสายงานที่ตนรับผิดชอบ เทคนิคการทำงานจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสายงานของกลุ่มบริษัทแสนสิริ เพื่อสนับสนุนทักษะที่เอื้อต่อความก้าวหน้าในสายอาชีพ พร้อมมีแบบทดสอบเพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจในแต่ละหลักสูตรจึงมั่นใจได้ว่าพนักงานที่ผ่านการอบรมกับศูนย์กลางการเรียนรู้ระบบออนไลน์ จะมีความรู้ที่อยู่ในระดับมาตรฐาน
โดยในปี 2568 มีสถิติการใช้งานครอบคลุมถึงร้อยละ 87 ของพนักงานทั้งหมด วัดผลจากการเข้าเรียนจนจบหลักสูตร
หลักสูตรพัฒนาผู้นำ
แสนสิริมุ่งสร้างเส้นทางการเติบโตของพนักงาน เพื่อเพิ่มโอกาสให้พนักงานมีความก้าวหน้าในอาชีพและรองรับการขยายตัวของบริษัท ผ่านการจัดโครงการอบรมหลักสูตรพัฒนาผู้นำ เพื่อเตรียมความพร้อมพนักงานเป็นหัวหน้างานรุ่นใหม่ในอนาคต โดยจัดให้มีการอบรมเป็นระยะเวลา 3 เดือน รวมถึงติดตามและประเมินพฤติกรรมของผู้ร่วมโครงการ โดยฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคลร่วมกับหัวหน้างานของผู้ร่วมโครงการทุกคน
ผลการดำเนินงานด้านการฝึกอบรม
ในปี 2568 ชั่วโมงอบรมพนักงานโดยรวมเป็น 96,121 ชั่วโมง คิดเป็นจำนวนเฉลี่ย 20 ชั่วโมงต่อคนต่อปี หรือ 2.5 วันต่อคนต่อปี ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ 16 ชั่วโมงต่อคนต่อปี
ด้วยงบประมาณ 3.8 ล้านบาทที่ใช้ในการอบรมพนักงานในหัวข้อ 3 การพัฒนาศักยภาพพนักงาน

4. การประเมินผลการดำเนินงานของพนักงานและความก้าวหน้าในการทำงาน
เพื่อสร้างความมั่นใจในกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานต้องที่โปร่งใส ชัดเจน และเป็นธรรมกับพนักงานทุกคน แสนสิริจึงกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ที่ใช้ประเมินการทำงานของพนักงานอย่างชัดเจน ทั้งเกณฑ์ การประเมินผลงาน และการประเมินศักยภาพตามระดับเชื่อมโยงกับเกณฑ์การกำหนดค่าตอบแทน นอกจากนี้ เพื่อให้ การพัฒนาพนักงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การเติบโตในสายอาชีพของพนักงาน และทิศทางของการดำเนินธุรกิจ แสนสิริได้อาศัยผลการประเมินการทำงานของพนักงานดังกล่าวมาใช้ในการวิเคราะห์และกำหนดโครงการพัฒนาศักยภาพให้แก่พนักงานอีกด้วย

5. การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง
แสนสิริมีการเตรียมพร้อมผู้บริหารรุ่นใหม่ในแต่ละสายงาน โดยให้หัวหน้างานในแต่ละหน่วยธุรกิจประเมินพนักงานที่มีศักยภาพพร้อมเลื่อนเป็นระดับหัวหน้า ร่วมพูดคุยและจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล ประกอบด้วยการอบรม เพิ่มทักษะ เสริมสร้างภาวะผู้นำ ตามทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต และให้ความสำคัญกับการสร้างแสนสิริ ดีเอ็นเอ เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องและมั่นคง
6. การสร้างความผูกพันและดูแลรักษาพนักงาน
แสนสิริให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาพนักงานที่ดีและมีความสามารถไว้กับองค์กร ตลอดจนดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานตลอดการทำงานร่วมกับแสนสิริ เพราะทุกคน คือ กุญแจสำคัญในการสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเพื่อให้พนักงานได้ทำงานอย่างมีความสุขและเติบโตไปพร้อมกัน บริษัท มีแนวคิดในการดูแลพนักงานใน 4 ด้านสำคัญ ดังนี้
4 ภารกิจของฝ่ายทรัพยากรบุคคล

Empowering Young Talent: Your Journey Starts Here

Inclusive Culture: Your Ideas, Our Innovation

Work-Life Harmony: Where Balance Meets Success

Comfy Workplace
แสนสิริยึดมั่นว่าพนักงานคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร จึงมุ่งสร้างความผูกพันผ่านการมีส่วนร่วมในกิจกรรมและแคมเปญต่าง ๆ ของบริษัท หนึ่งในนั้นคือแคมเปญ #BetterEveryDay ที่เปิดโอกาสให้พนักงานแบ่งปันไลฟ์สไตล์การทำงานและการใช้ชีวิตบนโซเชียลมีเดีย เพื่อสะท้อนความเชื่อร่วมกันว่า “ทุกวันคือโอกาสในการสร้างความสำเร็จไปด้วยกัน – Better Every Day ทุกวันชีวิตดี…ที่แสนสิริ”
การสำรวจแรงผลักดันของพนักงาน
เพื่อทำความเข้าใจถึง "ความสุข ความท้าทาย และแรงบันดาลใจของพนักงาน” แสนสิริได้ดำเนินการสำรวจแรงผลักดันหรือขับเคลื่อน 4 มิติหลัก ครอบคลุมด้านองค์กร ผู้นำ ลักษณะงาน การสื่อสาร และความสมดุลในชีวิตการทำงาน โดยข้อคำถามในแบบสำรวจนั้นเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถตอบแบบปลายเปิด ทำให้องค์กรได้ทราบถึงปัจจัยหลักที่มีผลให้พนักงานรู้สึกมีพลังและความมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างมีความสุข และสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ในการวิเคราะห์ จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อตอบสนองความต้องการของธุรกิจไปพร้อมกับการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร
แรงผลักดันหรือขับเคลื่อนการทำงาน 4 มิติ:
มิติองค์กร
มิติงานที่รับผิดชอบ
มิติของหัวหน้า
มิติความเป็นอยู่ที่ดี
โดยมีกระบวนการประเมินและสำรวจแรงผลักดันของพนักงานอย่างเป็นระบบ และนำผลการประเมินไปต่อยอดเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของพนักงานในมิติต่างๆ
แสนสิริ จัดให้มีการสำรวจแรงผลักดันของพนักงานกับองค์กรและงานที่ทำเป็นประจำทุก 2 ปี โดยการสำรวจล่าสุดจัดทำขึ้นในปี 2567 พบว่าแรงผลักดันหรือแรงจูงใจที่สำคัญในการทำงานของพนักงานคือ มิติงานที่รับผิดชอบ แสดงให้เห็นว่าพนักงานภาคภูมิใจในงานของตนเองและเห็นคุณค่างานที่ร่วมสร้างให้เกิดความสำเร็จในภาพใหญ่ของบริษัท และมิติองค์กร แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน และคุณภาพที่ส่งมอบให้ลูกค้าผ่านการมีส่วนร่วมของพนักงาน และความเชื่อมั่นในการบริหารงานของผู้นำ โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขกับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ได้แก่ หัวหน้างาน การสื่อสาร ปริมาณงาน และการเติบโตในอาชีพ
ดังนั้น ภารกิจสำคัญของฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัท จึงเฉพาะเจาะจงไปที่การแก้ไขสาเหตุทั้ง 4 ข้อ ให้ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจขององค์กร บทบาทของหน่วยงาน รวมถึงศักยภาพและความหลากหลายของพนักงาน และวางแผนในการดูแลพนักงานตามแผนที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง และต่อยอดให้เกิดผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น

4 ภารกิจของฝ่ายทรัพยากรบุคคล
การพัฒนาผู้นำ
การสื่อสารและการทำงานร่วมกันอย่างเปิดกว้าง ให้คุณค่าต่อความคิดเห็นและไอเดียของทุกคน
การส่งเสริม Well-being ควบคู่กับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การเติบโตในอาชีพ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
ผลการดำเนินงานด้านการดูแลพนักงานและสวัสดิการ
ในปี 2568 แสนสิริยังคงมุ่งเน้นดูแลพนักงานด้วยความเท่าเทียมและทั่วถึงในทุกมิติ ผ่านการสรรหาและพัฒนาสวัสดิการของพนักงานที่ครอบคลุมทุกด้านของการใช้ชีวิต ได้แก่ ด้านครอบครัวและความสุขทางใจ ความมั่นคงและสุขภาพการเงิน และสุขภาพกาย โดยออกแบบโปรแกรมสำหรับสวัสดิการให้แก่พนักงานอย่างเหมาะสมตามโอกาสความเติบโตของพนักงาน ให้ทุกคนสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัจจัยพื้นฐาน
บริษัทให้ความสำคัญกับการจ่ายค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต (Living wage) เพื่อให้พนักงานสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ ยังสนับสนุนสวัสดิการสำหรับพนักงานรายวัน เช่น ค่าที่พักอาศัย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สำหรับพนักงานสำนักงาน บริษัท มีการสำรวจและเปรียบเทียบค่าจ้างกับองค์กรในอุตสาหกรรมเดียวกัน (Benchmarking) เพื่อให้แน่ใจว่าค่าตอบแทนมีความเป็นธรรมและสามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงาน
นอกจากนี้ บริษัทยังผลักดันให้มีช่วงการทำงานที่สมดุลไปกับการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์ สามารถออกแบบการทำงานด้วยตนเองได้ และสนับสนุนแนวคิดการตอบโจทย์ความหลากหลายและยอมรับความแตกต่างของบุคคล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “Better Every Day ทุกวันชีวิตดี…ที่แสนสิริ” โดยมีกลไกคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ ที่ได้รับการแต่งตั้งปี 2564 ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วยตัวแทนพนักงานจากหลายฝ่ายของบริษัท อาทิเช่น ฝ่ายพัฒนาโครงการ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และฝ่ายบริหารงานบริการลูกค้า เป็นต้น ร่วมหารือกับนายจ้าง และให้ข้อคิดเห็นในการจัดสวัสดิการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงานและเหมาะสมกับสถานการณ์ นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความเคารพต่อสิทธิของพนักงานทุกคนในการรวมกลุ่ม (Freedom of association) รวมถึงการร่วมเจรจาต่อรองของพนักงาน (Collective bargaining)
สวัสดิการดีๆ ให้ทุกวันชีวิตดี … ที่แสนสิริ
แสนสิริให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการดูแลพนักงานและสวัสดิการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการควบคุมชั่วโมงการทำงานและการทำงานล่วงเวลา นอกจากนี้ บริษัท ยังดำเนินมาตรการต่าง ๆ เช่น การนำระบบบันทึกเวลาอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพื่อควบคุมและติดตามชั่วโมงการทำงานอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับเวลาทำงาน การทำงานล่วงเวลา และการลาพักไว้ในระเบียบและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เพื่อป้องกันและลดปัญหาชั่วโมงการทำงานที่มากเกินไป (Excessive working hours) โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและคุณภาพชีวิตของพนักงาน พร้อมทั้งส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน
แสนสิริประกาศใช้สวัสดิการเพิ่มเติมสำหรับพนักงานที่มีความหลากหลายในองค์กร ได้แก่ สวัสดิการลาเพื่อเข้าสมรสคู่ชีวิต ลาผ่าตัดเปลี่ยนเพศสภาพ ลาฌาปนกิจคู่ชีวิต และลาเพื่อดูแลคู่ชีวิตและบุตรบุญธรรม ลาประกอบกิจกรรมทางศาสนา ลาดูแลบุตรแรกเกิด และลาทำใจเมื่อสัตว์เลี้ยงตายจาก เป็นต้น อีกทั้งยังมอบสิทธิประโยชน์ในการดูแลครอบคลุมไปถึงคู่ชีวิตของพนักงานอีกด้วย อาทิ วัคซีนทางเลือก ประกันสุขภาพ และอื่น ๆ พร้อมด้วยการส่งเสริมการทำงานร่วมกันของพนักงานต่างวัยต่างเจเนอเรชัน เตรียมพร้อมสู่ความยั่งยืน เคียงข้างพนักงานในทุกการเปลี่ยนแปลง และยกระดับศักยภาพและทักษะของพนักงานในทุกช่วงวัยผ่านการเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน กับนโยบาย “ขยายอายุเกษียณจาก 60 ปี เป็น 65 ปี แบบสมัครใจ” เปิดโอกาสการเติบโตที่มั่นคงและสนับสนุนพนักงานที่ยังสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพให้แสดงศักยภาพที่มีอยู่ เพื่อสร้างความมั่นคงในการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นไปอีกระดับ







