ความสำคัญและพันธกิจ

แสนสิริให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าในมิติสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน โดยมองว่าความสัมพันธ์กับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจมิได้จำกัดอยู่เพียงแค่กิจกรรมทางธุรกิจหรือการจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้น

หากแต่ยังครอบคลุมถึงการร่วมกันกำหนดเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมแนวทางการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกระดับของห่วงโซ่คุณค่า แสนสิริมุ่งมั่นผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยไม่เพียงแต่ร่วมมือกับคู่ค้าในการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่ยังขยายบทบาทความร่วมมือไปยังผู้มีส่วนได้เสียในวงกว้าง อาทิ ผู้เช่า ลูกค้า ผู้อยู่อาศัย ชุมชน และสังคม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านห่วงโซ่อุปทานในประเด็นด้านการจัดการคู่ค้าและมิติสังคม สามารถศึกษาได้ในบท “การจัดการห่วงโซ่อุปทาน: ด้านสังคม”

การจัดการห่วงโซ่อุปทาน: ด้านสังคม

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

SDGs 9: โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและุตสาหกรรม
เป้าหมายที่ 9
โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม
SDGs 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 11
เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
SDGs 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 12
การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
SDGs 13: การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เป้าหมายที่ 13
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
SDGs 14: ทรัพยากรทางทะเล
เป้าหมายที่ 14
ทรัพยากรทางทะเล
SDGs 15: ระบบนิเวศบนบก
เป้าหมายที่ 15
ระบบนิเวศบนบก

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
การลดการใช้ไฟฟ้ารวมในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ ร้อยละ 16 เทียบกับปี 2565
ผลการดำเนินงาน
การลดการใช้ไฟฟ้ารวมในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้น ร้อยละ เทียบกับปี 2565
เป้าหมาย
การลดการใช้น้ำรวมในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ ร้อยละ 6 ภายในปี 2573 เทียบกับปี 2565
ผลการดำเนินงาน
การลดการใช้น้ำรวมในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ ร้อยละ เทียบกับปี 2567
เป้าหมาย
โครงการแนวสูงใหม่ร้อยละ 100 ต้องผ่านข้อกำหนดของ Building Energy Code (BEC) ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านประสิทธิภาพพลังงานของประเทศไทยที่มีเป้าหมายในการลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ผลการดำเนินงาน
ร้อยละ

แนวทางการ บริหารจัดการ

แสนสิริมุ่งมั่นในการบริหารจัดการพอร์ตอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน โดยบูรณาการแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล (ESG) เข้าในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง การใช้พื้นที่ภายในโครงการ ไปจนถึงการบริหารจัดการหลังการขาย

เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างบริษัท ผู้เช่า ลูกค้า ผู้อยู่อาศัย และผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะอย่างยื่งการให้ความมั่นใจว่าลูกค้าของแสนสิริจะได้รับประสบการณ์การอยู่อาศัย โดยมีคุณภาพชีวิตที่ยอดเยี่ยม ภายใต้โครงการที่ออกแบบด้วยแนวคิด Sansiri Sustainable Design บริษัท จึงได้จัดทำนโยบายการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Property Portfolio Management) เพื่อส่งเสริมแนวทางการดำเนินงานที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่ไม่เพียงแต่จะครอบคลุมกิจกรรมของแสนสิริเท่านั้น หากแต่ยังครอบคลุมถึงกิจกรรมหรือผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับทุกโครงการภายใต้การบริหารจัดการของแสนสิริ (Sansiri’s Portfolio) รวมถึงผู้มีส่วนได้เสีย อาทิ ผู้รับเหมา คู่ค้า ผู้อยู่อาศัย และกลุ่มผู้เช่า ที่มีบทบาทสำคัญในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่โครงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้พลังงาน การจัดการของเสีย หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่แสนสิริให้ความสำคัญที่จะต้องดำเนินการไปในทางเดียวกันในทุกโครงการ (Property Portfolio) ของแสนสิริ นอกจากนี้ บริษัท ยังได้กำหนดนโยบายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ขึ้นเพื่อเป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกันในทุกพื้นที่โครงการ

มลพิษและทรัพยากร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แสนสิริได้ยกระดับแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนไปสู่ผู้เช่าในรูปแบบของสัญญาเช่าแบบสีเขียว (Green Lease) ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อกำหนดด้าน ESG ผนวกไว้ในสัญญาเช่า ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่มีผู้เช่าในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ของแสนสิริ ได้แก่ สิริแคมปัส และฮาบิโตะมอลล์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบต่อสังคม และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรในระยะยาวร่วมกับผู้เช่า และการพัฒนาแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานของพื้นที่เช่าอย่างต่อเนื่อง การจัดการของเสียโดยเน้นการแยกขยะต้นทางและการรีไซเคิล การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดสารพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality Management) นอกจากนี้ แสนสิริยังส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้เช่าและผู้อยู่อาศัยในรูปแบบของการมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืน เช่น การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมใน T77 Community (CSR) เช่น กิจกรรมเพื่อชุมชน (การบริจาคโลหิต การบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย) โครงการส่งเสริมสุขภาพ (Active Run, Ice Bath & Sound Healing, Yoga) และการเข้าถึงพื้นที่สีเขียว

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

ภายใต้แนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน แสนสิริได้ดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมทั้งกระบวนการพัฒนาโครงการและการใช้งานของลูกค้า ผู้เช่า และผู้อยู่อาศัยโดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาดและการลดผลกระทบจากการดำเนินงานของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่โครงการอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Panel) สำหรับโครงการแนวสูงและแนวราบของแสนสิริ

พร้อมตั้งเป้าหมายติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Panel) 100% ภายในปี 2568
01

โครงการแนวราบ ติดตั้งทุกคลับเฮ้าส์ของโครงการใหม่ และติดตั้งให้ที่บ้านทุกหลังที่มีขนาด 340 ตร.ม.

02

โครงการแนวสูง ติดตั้งทุกโครงการ

โดยปัจจุบัน แสนสิริได้ขยายการดำเนินงานนี้ไปยังโรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสําเร็จรูปซึ่งได้เป็นโรงงานพรีคาสต์สีเขียวแห่งแรกของประเทศไทย รวมถึงโรงแรมเดอะ สแตนดาร์ด หัวหิน โรงแรมเดอะ เภรี โฮเต็ล หัวหินและเขาใหญ่ ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ของแสนสิริได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในขณะเดียวกัน แสนสิริยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยบูรณาการแนวคิดการปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติเข้ากับทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นระบบ บริษัท ดำเนินการเก็บรักษาต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิมในพื้นที่ก่อนการก่อสร้าง เพื่อรักษาความต่อเนื่องของระบบนิเวศและลดการรบกวนถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต พร้อมทั้งเลือกใช้พันธุ์ไม้จากป่าปลูกที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคพืชและการรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น มากไปกว่านั้น การปลูกต้นไม้นั้นได้ดำเนินการตามหลักวิชาการอย่างเคร่งครัด ทั้งในด้านการเตรียมพื้นที่ วางตำแหน่ง คำนวณระยะห่าง และการค้ำยัน เพื่อให้ต้นไม้สามารถเติบโตได้ในระยะยาว

ตัวอย่างโครงการที่สะท้อนแนวทางดังกล่าว ได้แก่:

Via34
ออกแบบพื้นที่สวนแบบ “Yard” โดยเลือกใช้พรรณไม้ที่เหมาะกับแสงแดด และส่งเสริมการอยู่อาศัยของนกและผีเสื้อหลากหลายชนิด
Valles HAUS
สร้างพื้นที่ “Valley” ด้วยทุ่งไม้ดอกที่เป็นแหล่งอาหารของผีเสื้อ ส่งเสริมระบบนิเวศในพื้นที่เมือง
Monument Thonglor
เก็บรักษาต้นไม้เดิมทั้งในตำแหน่งเดิมและการล้อมย้ายไปยังตำแหน่งใหม่ โดยดำเนินการภายใต้คำแนะนำของรุกขกร พร้อมจัดทำรายงานติดตามสุขภาพต้นไม้อย่างต่อเนื่อง

แสนสิริยังได้ดำเนินการติดตั้งระบบ Building Management System (BMS) ในโครงการแนวราบและแนวสูง สิริแคมปัส โรงแรม และโรงงาน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบ BMS ที่นำมาใช้นั้นสามารถตรวจวัดการใช้พลังงานในแต่ละระบบของอาคารได้ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบแสงสว่าง และระบบน้ำ พร้อมทั้งแสดงผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านแดชบอร์ดกลาง ซึ่งช่วยให้แสนสิริสามารถติดตาม วิเคราะห์ และปรับปรุงการใช้พลังงานได้อย่างแม่นยำ ระบบ BMS ยังมีฟังก์ชันแจ้งเตือนเมื่อมีการใช้พลังงานผิดปกติหรือเกินเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงสามารถตั้งค่าการควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ทำงานตามช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น การปรับอุณหภูมิอัตโนมัติตามช่วงเวลาใช้งาน หรือการปิดระบบแสงสว่างในพื้นที่ที่ไม่มีการใช้งาน ทั้งนี้ แสนสิริยังได้เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ BMS เข้ากับระบบรายงานภายใน เพื่อจัดทำรายงานการใช้พลังงานรายเดือนและรายปีในแต่ละโครงการ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว และด้วยเหตุนี้ แสนสิริจึงได้กำหนดเป้าหมายในการลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำภายในอาคารของโครงการเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้า ผู้เช่าและผู้อาศัย
ลูกค้า ผู้เช่าและผู้อาศัย
ชุมชนและสังคม
ชุมชนและสังคม
คู่ค้าและพันธมิตร
คู่ค้าและพันธมิตร

โครงการที่สำคัญ