ความสำคัญและพันธกิจ

แสนสิริตระหนักดีถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพที่เชื่อมโยงกับทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต รวมถึงมนุษย์อย่างแยกไม่ออก อีกทั้งธุรกิจหลักของแสนสิริต้องอาศัยพื้นที่ทางธรรมชาติในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยด้วยเช่นกัน

แสนสิริจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ โดยได้วางนโยบายและแนวทางการทำงานที่มุ่งเน้นการรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับการประเมินและวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้านในทุกขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ ควบคู่ไปกับการกำหนดแผนปฏิบัติงาน แผนบริหารจัดการ และมาตรการติดตามตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความยั่งยืนและส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างการพัฒนาโครงการ ผู้มีส่วนได้เสีย ธรรมชาติ และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

SDGs 6: น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
เป้าหมายที่ 6
น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
SDGs 14: ทรัพยากรทางทะเล
เป้าหมายที่ 14
ทรัพยากรทางทะเล
SDGs 15: ระบบนิเวศบนบก
เป้าหมายที่ 15
ระบบนิเวศบนบก

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
ไม่มีการดำเนินงานในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
ผลการดำเนินงาน
การดำเนินงานในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวด้านความหลากหลายทางชีวภาพเป็น 0
เป้าหมาย
โครงการจัดสรรแนวราบ มีพื้นที่สีเขียวมากกว่าหรือเท่ากับ ร้อยละ ของพื้นที่ขาย
ผลการดำเนินงาน
มากกว่า ร้อยละ ของพื้นที่ขายทุกโครงการ โดยมีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวสูงสุดถึงร้อยละ 11.45 ที่โครงการเศรษฐสิริ บางนา กม. 10

แนวทางการ บริหารจัดการ

แสนสิริตระหนักถึงผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงได้มีการกำหนดนโยบายด้านความหลากหลายทางชีวภาพขององค์กร โดยมุ่งเน้นให้มีการพิจารณาประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพในขั้นตอนการวางแผนโครงการโดย

ไม่มีการพัฒนาหรือดำเนินโครงการในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ตามองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN Category I-VI)

รวมถึงต้องมีการพิจารณาความหลากหลายทางชีวภาพในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างรัดกุม และกำหนดมาตรการในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ รวมถึงแผนการบริหารจัดการและติดตามตรวจสอบการดำเนินงานอย่างเคร่งครัด โดยบริษัทมุ่งมั่นที่จะไม่ก่อให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (No Net Loss) ภายในปี 2593 และจัดทำแผนดำเนินงานระยะยาวเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ทั้งในด้านการฟื้นฟูพื้นที่ การชดเชยผลกระทบ และการออกแบบโครงการที่ส่งเสริมระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ในการออกแบบโครงการทั้งแนวราบและแนวสูง แสนสิริมีแนวคิดในการพิจารณาถึงปัจจัยที่จะส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ เช่น การเลือกพันธุ์พืชท้องถิ่น (native species) หรือพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการรักษาพันธุ์ไม้ใหญ่ในพื้นที่ เป็นต้น

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพที่ครอบคลุมกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่าอุปทาน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งที่มาของวัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการของแสนสิริ โดยกำหนดให้วัสดุที่นำมาใช้ในโครงการต้องได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม มาจากแหล่งที่สามารถตรวจสอบได้ กระบวนการผลิตและขนส่งไม่ส่งผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อระบบนิเวศ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าตลอดห่วงโซ่คุณค่าอุปทานของแสนสิริจะไม่ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม

นอกจากนี้ แสนสิริยังได้ออกแบบพื้นที่สีเขียวในโครงการแนวราบของแสนสิริไม่เพียงแต่จะคำนึงถึงข้อกำหนดดังกล่าว แต่ยังเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่สอดรับกับความต้องการของลูกบ้านในการใช้งาน และส่งเสริมทัศนียภาพที่ดีให้กับโครงการ เช่น พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง (Dog Park) และ แสนสิริแบคยาร์ด (Sansiri Backyard) ที่มอบพื้นที่สีเขียวกินได้ให้กับผู้อยู่อาศัยภายในโครงการ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

บริษัทดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพตามนโยบายและข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างครอบคลุม ในปี 2568 ไม่มีการพัฒนาหรือดำเนินโครงการในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ตามองค์กรระหว่างประเทศ (International Organisation) เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN Category I-VI)

นอกจากนี้ บริษัทแสวงหาการสร้างความร่วมมือเพิ่มเติมกับภาครัฐและสถาบันการศึกษา เช่น ทีมวิจัยศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในการพัฒนาโครงการ “บึงประดิษฐ์” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการใช้ทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และส่งเสริมการกลับมาของสัตว์ท้องถิ่น เพิ่มความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชในพื้นที่เมืองเพื่อฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ

บริษัทมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูง และการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environmental Examination: IEE) สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในจังหวัดภูเก็ต โดยครอบคลุมการประเมินผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพของโครงการ ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนและออกแบบโครงการ การเริ่มต้นการก่อสร้าง จนถึงกระบวนการระหว่างการก่อสร้าง ตลอดจนการสำรวจพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ ในพื้นที่โครงการและพื้นที่โดยรอบ ที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiverse Habitats) ในกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการกำหนดมาตรการการลดผลกระทบจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และจัดให้มีการตรวจติดตามผลการดำเนินการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สามารถสืบค้นรายละเอียดของผลการประเมินความหลากหลายทางชีวภาพของแต่ละโครงการได้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA Report) ผ่านฐานข้อมูล SMART EIA ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (https://eia.onep.go.th/site/index)

ปี 2568 บริษัทจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Risk Assessment) ครอบคลุมทั้งโครงการปัจจุบันที่มีการดำเนินงานแล้วและโครงการที่จะลงทุนในอนาคต การประเมินดังกล่าวใช้เครื่องมือ WWF Biodiversity Risk Filter ซึ่งเป็นเครื่องมือมาตรฐานสากลในการวิเคราะห์ความเสี่ยงเชิงพื้นที่และเชิงระบบนิเวศ

ทั้งนี้ บริษัทได้จัดทำมาตรการการลดผลกระทบจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกำหนดให้มีการติดตามและตรวจสอบผลหลังจากการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวในพื้นที่นั้น ๆ อีกด้วย (Biodiversity Action Plan (BAP) audits) ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากรายงานการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

เพื่อลดผลกระทบจากการดำเนินงานของแสนสิริ ที่อาจมีต่อความหลากหลายทางชีวภาพ แสนสิริได้วางแนวทางการจัดการมลพิษและการจัดการของเสียของโครงการเพื่อควบคุมและลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้น รวมถึงการจัดการน้ำเสียให้ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของกฎหมายก่อนการปล่อยสู่ธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการป้องกันและลดมลพิษทางอากาศ เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมฝุ่นละอองในบริเวณก่อสร้าง และการควบคุมเสียงรบกวนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศโดยรอบโครงการ รวมถึงมีการตรวจสอบและติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจะถูกนำมาพิจารณาและปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานของโครงการจะส่งผลกระทบด้านบวกต่อชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบในระยะยาว

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ลูกค้า ผู้เช่าและผู้อาศัย
ลูกค้า ผู้เช่าและผู้อาศัย
ชุมชนและสังคม
ชุมชนและสังคม

โครงการที่สำคัญ

แสนสิริมุ่งส่งเสริมความตระหนักและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการสร้างพื้นที่ให้ผู้อยู่อาศัยได้มีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติ และการจัดกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ให้พนักงานและลูกบ้านได้มีส่วนร่วม โดยในปี 2568 มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่