ความสำคัญและพันธกิจ

ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความคาดหวังกับนวัตกรรมของยุคดิจิตัล ควบคู่ไปกับประเด็นด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เป็ป้นปัญหาในสังคมปัจจุบันอย่างมากมาย การบูรณาการนวัตกรรมเข้ากับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท

แสนสิริ จึงมุ่งเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินชีวิตยุคใหม่ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และเพิ่มความสะดวกสบายในทุกมิติ ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีที่ช่วยส่งเสริมความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในกระบวนการดำเนินงานซึ่งครอบคลุมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกใช้พลังงานสะอาด เป็นต้น

ในขณะเดียวกัน ความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากปัจจุบันมีภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่หลากหลาย เช่น การโจมตีด้วยมัลแวร์ การโจมตีผ่านเว็บและแอพพลิเคชัน การรับสแปมเมล์ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ รวมถึงความเสี่ยงจากการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญขององค์กร เป็นต้น ดังนั้นการปกป้องข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และการรักษาความสมบูรณ์ของระบบปฏิบัติการของบริษัท ให้มีความปลอดภัยสูงสุดตลอดเวลาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและชื่อเสียงของบริษัท

ในอีกมุมหนึ่ง แสนสิริให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการที่ทันสมัย โดยมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมที่สามารถสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์และบริการ และด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์โซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันและอนาคต ควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งถือเป็นพันธกิจหลักที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

SDGs 8: งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เป้าหมายที่ 8
งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
SDGs 9:  โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม
เป้าหมายที่ 9
โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และอุตสาหกรรม
SDGs 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 11
เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ทดสอบระบบ DRP (Disaster Recovery Plan) โดยกำหนดให้ ระบบงานหลักสามารถดำเนินต่อได้กรณีศูนย์ข้อมูลหลักไม่สามารถใช้งานได้
ผลการดำเนินงาน

ทดสอบแล้ว

เป้าหมาย
จำนวนเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity incident) เป็น 0 กรณี
ผลการดำเนินงาน

0 กรณี

เป้าหมาย
การสื่อสารและอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศ (Information Security) ให้แก่พนักงานครบ ร้อยละ 100
ผลการดำเนินงาน

ร้อยละ 100

เป้าหมาย
จำนวนผู้บริหารและพนักงานที่ผ่านการฝึกซ้อมการโจมตีโดยใช้วิธีการส่งอีเมลที่มีไฟล์แนบพร้อมไวรัสมัลแวร์ (Phishing Drill) ร้อยละ 100
ผลการดำเนินงาน

ร้อยละ 100

เป้าหมาย
จำนวนผู้บริหารและพนักงานที่ใช้ Multi-Factor Authentication หรือ Phishing-Resistant Authentication ร้อยละ 100
ผลการดำเนินงาน

ร้อยละ 100

เป้าหมาย
ไม่เกิดกรณีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเป็น Data Controller
ผลการดำเนินงาน

0 กรณี

เป้าหมาย
ไม่มีข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล ที่มีผลแจ้งว่าบริษัทดำเนินการด้านความเป็นส่วนตัวและการสูญเสียข้อมูลลูกค้าไม่ถูกต้อง
ผลการดำเนินงาน

0 กรณี

เป้าหมาย
การแจ้งการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อเจ้าของข้อมูลครบ ร้อยละ 100
ผลการดำเนินงาน

ร้อยละ 100

เป้าหมาย
การจัดอบรมให้ความรู้แก่พนักงานใหม่ เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแนวทางปฏิบัติครบ ร้อยละ 100
ผลการดำเนินงาน

ร้อยละ 100

แนวทางการ บริหารจัดการ

แสนสิริกำหนดนโยบายที่ระบุถึงความมุ่งมั่นขององค์กรที่จะส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และการใช้นวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เพื่อให้มีการปฏิบัติตามนโยบาย แสนสิริได้กำหนดกรอบการบริหารจัดการนวัตกรรม และมอบหมายผู้รับผิดชอบในระดับองค์กรที่ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบให้กับคณะทำงานต่าง ๆ ตามลำดับความสำคัญของกิจกรรมธุรกิจ ได้แก่ ส่วนงานวิศวกรรมและการออกแบบ ส่วนงานก่อสร้าง ส่วนงานจัดซื้อ ส่วนงานดูแลลูกค้า ทำให้เกิดการนำนวัตกรรมไปใช้สนับสนุนการดำเนินงานและบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ

นโยบายด้านการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการจัดการนวัตกรรม

การพัฒนาและจัดการนวัตกรรมของแสนสิริ

การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

บริษัท กำหนดแนวทางเรื่องการรักษาความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ และจัดการความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยจัดให้มีการประเมินความเสี่ยง กำหนดมาตรการลดความเสี่ยง และติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง

เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยมีมาตรการตรวจสอบและทดสอบการเจาะระบบโดยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งทั้งก่อนและหลังการให้บริการ มีการอัปเดตอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอย่างสม่ำเสมอเพื่อปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยต่อข้อมูล รวมถึงติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสสำหรับองค์กร และจัดอบรมพนักงานให้ปฏิบัติตามแนวทางด้านความปลอดภัยของเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดแผนรับมือและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ เช่น การกู้คืนระบบกรณีฉุกเฉิน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานด้านความปลอดภัยของระบบสารสนเทศขององค์กรมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือตามมาตรฐานสากล

ในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แสนสิริมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบของพนักงานผู้เกี่ยวข้อง และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) และคณะทำงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อกำหนดนโยบายและหลักการบริหารข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติฯ โดยมีการจัดตั้งศูนย์ความเป็นส่วนตัว (Privacy Centre) เผยแพร่ขึ้นบนเวบไซต์ของแสนสิริ เพื่อให้ผู้ที่มาติดต่อธุรกิจเข้าใจถึงทางเลือกเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวเมื่อใช้เว็บไซต์และบริการของแสนสิริและบริษัทในเครือ โดยดำเนินการให้ข้อมูลผ่านแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ซึ่งครอบคลุมเจ้าของข้อมูล ทั้งผู้ใช้งานเวบไซต์ ลูกค้าและผู้สนใจในสินค้าและ/หรือบริการ คู่ค้าและผู้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ ผู้สมัครงาน และพนักงานของบริษัท โดยมุ่งสร้างความมั่นใจในการป้องกันข้อมูลรั่วไหลหรือละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล สอดคล้องกับกฎหมาย รวมถึงสร้างความความเข้าใจในหลักการและวิธีปฏิบัติให้แก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

นอกจากนี้ เนื่องด้วยบริษัท มีการติดต่อและทำธุรกรรมกับเจ้าของข้อมูลหลากหลายประเภท จึงได้กำหนดกระบวนการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน ได้แก่ ผู้สนใจโครงการ ผู้ซื้อหรือผู้เช่าโครงการ ผู้ฝากขายหรือฝากเช่าโครงการ ลูกค้า ผู้สมัครงาน (Candidate) คู่ค้า นักลงทุน ผู้ถือหุ้นตลอดจน กรรมการบริษัท และพนักงาน รวมถึงบริษัท ได้กำหนดหลักปฏิบัติที่ครอบคลุมรายละเอียดสำคัญ เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล การขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล สิทธิของเจ้าของข้อมูล สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม การจัดการกรณีข้อมูลรั่วไหล การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และการตรวจสอบและประเมินผล ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างครอบคลุมและสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

คณะทำงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
ฝ่ายพัฒนาองค์กร
ส่วนงานจัดการความเสี่ยง
สำนักกฎหมาย
ฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

บริษัท มีการติดตามและประเมินประสิทธิภาพของการดำเนินงานด้านการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

โดยกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน เช่น การป้องกันไม่ให้เกิดกรณีการโจมตีทางไซเบอร์และการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นศูนย์ รวมถึงการลดกรณีข้อร้องเรียนด้านข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้น้อยที่สุดไปจนถึงไม่มีเลย อีกทั้ง บริษัท ยังดำเนินการตรวจสอบความก้าวหน้าและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของมาตรการต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการ ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีป้องกันภัยคุกคามที่ทันสมัย การอบรมให้ความรู้แก่พนักงาน และการพัฒนาระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการทั้งหมดสามารถสนับสนุนเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อเพิ่มความเหมาะสมกับสถานการณ์และความท้าทายใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น การพัฒนาระบบตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินที่รวดเร็วขึ้น หรือการปรับปรุงการสื่อสารกับลูกค้าในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม ในกระบวนการนี้ บริษัท ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เช่น

พนักงานจะได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลและการปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการแจ้งเตือนหรือป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ลูกค้าและคู่ค้าก็มีบทบาทในการให้ข้อเสนอแนะหรือสามารถแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน

นอกจากนี้ บริษัทยังสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลและมาตรการที่ใช้เพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างโปร่งใส เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ การมีส่วนร่วมที่ครอบคลุมนี้ช่วยให้การประเมินผลและปรับปรุงการดำเนินงานมีความสมบูรณ์และสอดคล้องกับความต้องการของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง


การสร้างสรรค์นวัตกรรม

บริษัท มีแผนงานที่จะนำนวัตกรรมที่มีอยู่มาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งมุ่งมั่นในการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

LIV-24 Wastewater Monitoring

แสนสิริลงทุนกว่า 200,000 บาท ในการวิจัยและพัฒนาระบบ LIV-24 Wastewater Monitoring เครื่องมือการตรวจวัดและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำเสียแบบ Real-time ที่ช่วยลดผลกระทบจากมลพิษน้ำเสียและการใช้ทรัพยากรน้ำ ซึ่งพัฒนาโดย LIV-24 บริษัทเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยในเครือแสนสิริ

เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำเสียอย่างยั่งยืนในอาคารและนิคมอุตสาหกรรม ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีการตรวจจับสถานะและประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียในโครงการแนวสูงของแสนสิริ ครอบคลุมการติดตามระบบน้ำและการบำบัดน้ำ รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพทั้งน้ำดีและน้ำเสีย ทำให้มั่นใจว่าน้ำที่ปล่อยจากแหล่งกำเนิดเป็นไปตามค่ามาตรฐานและเป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยมาพร้อมระบบแจ้งเตือนแบบ Real-time หากตรวจพบคุณภาพน้ำที่ไม่ได้มาตรฐานที่กำหนด

นอกจากช่วยเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีตรวจวัดน้ำเสียด้วยต้นทุนที่เหมาะสมสำหรับทุกภาคส่วน ระบบนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และลดความเสี่ยงจากการปล่อยน้ำเสียที่ไม่ผ่านมาตรฐานสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ด้วยการออกแบบที่มีประสิทธิภาพและการใช้ทรัพยากรร่วมกับระบบอื่น ทำให้สามารถลดต้นทุนได้มากกว่า 4 เท่า

ระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำเสียนี้ เริ่มติดตั้งในโครงการนำร่องที่ NIA by Sansiri และมีแผนขยายสู่พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมร่วมกับพันธมิตร GUSCO นอกจากนี้ LIV-24 Wastewater Monitoring ยังเป็นโมดูลเสริมของระบบ LIV-24 Modular System ที่ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความต้องการ โดยให้บริการแบบ One-stop ตั้งแต่การออกแบบ ติดตั้ง จนถึงการเฝ้าระวังแบบรวมศูนย์ผ่าน Command Center ซึ่งสนับสนุนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและการรายงานข้อมูล ESG อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ประโยชน์ของ LIV-24 Wastewater Monitoring
ด้านเศรษฐกิจ
  • ลดต้นทุนการตรวจวัดและเฝ้าระวังน้ำเสียได้มากกว่า 4 เท่า
  • ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและปฏิบัติตามข้อบังคับของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่กำหนดให้ส่งข้อมูลน้ำเสียแบบ Real-time โดยเฉพาะสำหรับโรงงานขนาดกลางและเล็ก
  • ลดความเสี่ยงค่าปรับจากการปล่อยน้ำเสียที่ไม่ได้มาตรฐาน
ด้านสังคม
  • ปกป้องสุขภาพของชุมชนโดยรอบจากการสัมผัสน้ำเสียที่ปนเปื้อน
ด้านสิ่งแวดล้อม
  • ลดปริมาณน้ำเสียที่มีคุณภาพต่ำและสารปนเปื้อนที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
  • สนับสนุนการจัดการน้ำเสียที่เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมายสิ่งแวดล้อม

การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้ในองค์กร

แสนสิริและพลัสมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติ Robotic Process Automation (RPA)

เข้ามาปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มต้นจากงานด้านบัญชีซึ่งมีลักษณะงานซ้ำซ้อนและต้องการความถูกต้องสูง รวมถึงงานบริหารโครงการคอนโดมิเนียม ที่มีความซับซ้อนและต้องการการประสานงานที่รวดเร็ว แม่นยำ เพื่อรองรับการให้บริการและตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัย

การพลิกโฉมงานบัญชีด้วย RPA :
นำร่องใช้เทคโนโลยี RPA ในกระบวนการงานบัญชีที่มีลักษณะซ้ำซ้อนและใช้เวลานาน เช่น การเรียกรายงาน Bank Statement การบันทึกค่าธรรมเนียม และการจัดการรายงานการจ่ายเงินผ่านระบบ SAP ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการทำงานได้ถึง 80-95% เพิ่มความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล ลดข้อผิดพลาดจากการทำงานด้วยมือ และเปิดโอกาสให้พนักงานมุ่งเน้นงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรได้มากขึ้น
การยกระดับงานบริหารคอนโดมิเนียมด้วย RPA :
ปรับปรุงกระบวนการจัดการพัสดุในคอนโดมิเนียมโดยใช้ระบบบันทึกข้อมูลอัตโนมัติผ่านการถ่ายภาพและประมวลผล ซึ่งช่วยลดเวลาการจัดการจาก 60 วินาทีเหลือเพียง 10 วินาทีต่อชิ้น เพิ่มความแม่นยำ ลดข้อผิดพลาด และเร่งการแจ้งเตือนลูกบ้าน ส่งผลให้การบริหารโครงการมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและตอบสนองความต้องการผู้อยู่อาศัยได้อย่างรวดเร็ว

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

นักลงทุนและผู้ถือหุ้น
นักลงทุนและผู้ถือหุ้น
ผู้บริหารและพนักงาน
ผู้บริหารและพนักงาน
คู่แข่งทางการค้า
คู่แข่งทางการค้า