Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน พัฒนาทุนมนุษย์เคลื่อนเศรษฐกิจ

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 กับโครงการ Zero Dropout “เด็กทุกคนต้องได้เรียน” โดยแสนสิริร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ภายใต้แนวคิดระบบการศึกษาที่สร้างโอกาสและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Education For All) โดยเลือกจังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่ต้นแบบ
“ราชบุรี โมเดล”
ในพื้นที่ศึกษาของจังหวัดราชบุรี พบว่ามีนักเรียนยากจนพิเศษคิดเป็น 2.56% ของนักเรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ แสนสิริจึงได้เลือกจังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิต เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในสังคม ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และกระตุ้นการทำงานร่วมกันในพื้นที่อย่างยั่งยืนอีกทั้งยังเชื่อมโยงภาคเอกชนในพื้นที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเด็กพัฒนาทักษะชีวิต ทำงานได้และมีรายได้ระหว่างเรียน และบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมที่สนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์จากการทำงาน นอกจากนี้ยังดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่สำหรับการศึกษา เช่น การปรับภูมิทัศน์อาคารเรียน การสร้างห้องคอมพิวเตอร์ และสร้างพื้นที่เสริมทักษะการเรียนรู้ผ่านเกมส์ BBLรวมถึงการจัดทำพื้นที่เรียนรู้ทางการเกษตรให้แก่นักเรียน เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ที่หลากหลายและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในจังหวัดราชบุรีให้ดียิ่งขึ้น
ผลการดำเนินงานในปี 2568
ในปี 2568 โครงการ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงระบบด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีความก้าวหน้าสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ การขยายผลนวัตกรรม “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” สู่ระดับประเทศ และการพัฒนาแผนชุมชนเพื่อป้องกันเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งสะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมแก้ปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน
1. การผลักดันนวัตกรรม “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”
ซึ่งเปิดโอกาสให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการประกาศใช้เป็นแนวทางอย่างเป็นทางการในระดับประเทศโดยกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านเวิร์กช็อปทั่วประเทศ ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง นับเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่ช่วยลดความเสี่ยงของเด็กและเยาวชนในการหลุดออกจากระบบการศึกษา และสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่คำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
2. โครงการพัฒนาแผนชุมชนเพื่อปัองกันเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาในจังหวัดราชบุรี
แผนพัฒนาชุมชนได้ลงลึกถึงระดับพื้นที่ โดยปรับบทบาทของชุมชนจากผู้รับความช่วยเหลือ สู่การเป็น เจ้าของการเปลี่ยนแปลง ผ่านการใช้เครื่องมือ 5 ชิ้นในการเรียนรู้ชุมชนแบบมีส่วนร่วมใน 10 ชุมชนนำร่อง 7 อำเภอคือ
- แผนที่เดินดิน เครื่องมือทำความเข้าใจพื้นที่ชีวิตของเด็กและเยาวชน ทั้งด้านกายภาพและสังคม เพื่อระบุแหล่งเรียนรู้ จุดเสี่ยง และโอกาสในการออกแบบระบบเฝ้าระวังและส่งเสริมการเรียนรู้ในชุมชน
- โครงสร้างองค์กรชุมชน เครื่องมือระบุทุนทางสังคมและเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ ช่วยค้นหาผู้มีบทบาทสำคัญในการร่วมดูแลและขับเคลื่อนการป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา
- ปฏิทินชุมชน เครื่องมือทำความเข้าใจวิถีชีวิตและช่วงเวลาสำคัญของชุมชน เพื่อวางแผนการสนับสนุนและป้องกันเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบได้อย่างเหมาะสมกับบริบทและจังหวะเวลา
- ประวัติศาสตร์ชุมชน เครื่องมือสร้างความเข้าใจอัตลักษณ์ ความเชื่อ และประสบการณ์ร่วมของชุมชน เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจและการดำเนินงานที่เคารพคุณค่าท้องถิ่น
- ทุนและความท้าทายของชุมชน กระบวนการร่วมวิเคราะห์ศักยภาพและปัญหาของชุมชน เพื่อนำไปสู่การกำหนดลำดับความสำคัญและออกแบบแผนป้องกันเด็กหลุดจากระบบอย่างตรงจุด
ชุมชนสามารถวิเคราะห์ปัญหา ทุน และศักยภาพของตนเอง เพื่อนำไปสู่การออกแบบแผนงานที่สอดคล้องกับบริบทจริง ทั้งด้านเศรษฐกิจ ครอบครัว และการเข้าถึงสวัสดิการ โครงการนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานความร่วมมือระยะยาวระหว่างชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานในพื้นที่ ก่อให้เกิด “ราชบุรีโมเดล” ซึ่งเป็นต้นแบบเชิงนโยบายที่สามารถขยายผลสู่ระดับประเทศ ภายใต้เป้าหมาย Thailand Zero Dropout อันเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างทั่วถึงและยั่งยืน
นอกจากนี้ ในปี 2568 แสนสิริได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหา และติดตามผลการดำเนินการแผนพัฒนาชุมชน ร่วมกับคณะทำงานจังหวัดราชบุรีภายใต้โครงการ Zero Dropout ช่วยเหลือกลุ่มเด็กและเยาวชนเสี่ยงหลุดระบบทั้งเด็กประถมและเด็กมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวนรวม 3,463 คน กลุ่มเด็กLearn to Earn จำนวน 9 คน (ผ่านศูนย์การเรียนรู้สร้างสรรคการเรียนรู้) กลุ่มเด็ก 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ จำนวน 98 คน กลุ่มเด็กที่หลุดจากระบบสามารถค้นหาด้วยกลไกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และกลไกระดับจังหวัด ในการเปลี่ยนตำบลและอำเภอให้เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” เพื่อติดตามและพร้อมกลับเข้าโรงเรียน จำนวน 756 คน และกลุ่มอาสาสมัคร 3 พลัง จำนวน 300 คน ทำให้เด็กที่ได้รับการช่วยเหลือรวมตั้งแต่ปี 2565-2568 มีจำนวน 13,395 คน ราชบุรีโมเดล ได้ถูกขยายวงกว้างไปสู่จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศเพื่อมุ่งสู่ Thailand Zero Dropout ในการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์
